[OS] Until the end starts

posted on 18 May 2012 01:12 by pphelpz-bbfic  in dog, Oneshot
 
Title: Until the end starts
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Inspirational quote : เล่นกับหมา หมาเลียปาก...
Author's note : Forget your past and simply be mine.
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 


"ควอนจียงใจร้ายที่สุด!"


"เออ ฉันมันใจร้าย"


"นี่ครบรอบวันคบกันของเราเชียวนะ ไม่คิดจะไปสวีทกับฉันหน่อยเหรอ..."


"ฉันอยากแทบบ้า ถ้าไม่มีการบ้านที่จู่ๆ ตาแก่นั่นก็สั่งมาแล้วบอกว่าส่งมะรืน" ตาแก่ที่ว่าคืออาจารย์ประจำวิชาภาคซึ่งสอนวิชานี้มาน่าจะพันปีได้แล้ว จียงไม่ชอบ เพราะสั่งการบ้านโคตรเยอะ


"แกเห็นเกรดสำคัญกว่าฉันจริงๆ ด้วย"


"จะคิดยังไงก็ตามใจเหอะ กลับห้องไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวซื้อหนังสือเสร็จแล้วจะรีบกลับ จะซื้อไอติมไปฝากด้วย เลิกงอแงซะที"


"ไม่ได้งอแงนะ! แทนที่วันนี้เราจะได้ไปนั่งดินเนอร์ด้วยกัน..."


"......."


"อันที่จริง ฉันจองโต๊ะไว้แล้วด้วย....แต่ก็ช่างมันเหอะ ไปล่ะ ขอให้สนุกกับการเดทกับหนังสือนะ ควอนจียง"


ซึงฮยอนพูดเสียงเย็นเยียบท้ายประโยคก่อนจะยอมกลับห้องไปง่ายๆ ...จริงๆ ก็ไม่ง่าย ถ้านับเวลาที่เราเถียงกันมาร่วมครึ่งชั่วโมงกับไอ้เรื่องนี้ โอเค จียงรู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร เขาก็จำได้โว้ย แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมากินข้าวข้างนอกนี่หว่า ฉลองกันที่ห้องก็ได้ ฉลองไปพลางทำการบ้านไปพลาง ไม่เห็นมีอะไรน่าชวนทะเลาะตรงไหนเลย แต่เพราะไอ้ซึงฮยอนมันงี่เง่ากว่าคนทั่วไป เราถึงได้เถียงกันไร้สาระแบบนี้


คิ้วเรียวขมวดแน่น พร้อมกับสายตาที่ยังกวาดหาหนังสือที่ต้องใช้ในคืนนี้ จียงรู้สึกใจแกว่งๆ บอกไม่ถูก ไม่ชอบเวลาที่เราเป็นแบบนี้เลย ทำไมต้องทะเลาะกันด้วยวะ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่...เขาก็ขี้เกียจเป็นเด็กเรียนเหมือนกันนั่นแหละ คิดว่าจียงเห็นเกรดสำคัญกว่ารึไง มันคนละเรื่องเลยแท้ๆ ทำไมต้องเอามาเทียบกันด้วย อะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็ลาออกไม่เรียนแล้วแม่งเลย ดีมั้ยห๊ะ ไอ้ลิงนั่นคงพอใจไม่น้อยถ้าจียงมีเวลาตามใจมันตลอดเวลา


"จียง?... ควอนจียง?"


อะไรอีกวะน่ารำคาญ... คนที่กล้าทักคนอย่างเขามีไม่มากนักหรอกนะ หันขวับไปมองทางต้นเสียง "อ่า..."


"เฮ้ย! จียงจริงๆด้วย ไม่เจอกันตั้งนาน เป็นไงบ้าง?"


.


.


.


.



"ก็ดี..."


จียงกับคนแปลกหน้านั้นย้ายกันมานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถ้าไอ้ซึงฮยอนเห็นคงหัวเสียน่าดู นอกจากจะหึงไม่เข้าเรื่องแล้วคงจะน้อยใจที่เขามีเวลาให้คนอื่นมากกว่ามัน


"ไหงสีหน้าไม่เห็นจะดีอย่างที่พูดเลย"


เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ กับมุกตลกของตัวเองที่ไม่เห็นจะขำตรงไหน



เหมือนเดิมไม่มีผิด เหมือนเมื่อสักห้าหกปีที่แล้ว


ตาเรียวหลุบลงต่ำมองไปที่ขอบถ้วยกาแฟอย่างที่ไม่รู้จะเอาตาไปโฟกัสที่ไหนดี เขามานั่งทำอะไรตรงนี้ กับผู้ชายข้างหน้านี่ คนที่แทบไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองยังจำมันได้ดีขนาดนี้ ทั้งที่พยายามลบความทรงจำส่วนนี้ไปแทบตาย


จียงจำได้ อย่างน้อยๆ ก็จำได้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นรุ่นพี่ที่อายุห่างกันสามสี่ปี เป็นรุ่นพี่ที่เขาคารพ เรารู้จักกันก่อนมาเจอพวกพี่ดองวุคซะอีก นานใช่มั้ยล่ะ... นานมากแล้วล่ะ เป็นคนที่ทำให้จียงได้รู้ว่าโลกนี้มีอะไรน่าสนใจกว่าเรียนหนังสืออีกตั้งเยอะ



"ว่าไปแล้วก็ไม่ได้เจอกันเลยนะตั้งแต่...เอ่อ...วันนั้น"


"ก็พี่ไปอยู่ญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ แล้วนี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"


"พี่แวะมาทำธุระเฉยๆ อาทิตย์หน้าก็กลับแล้ว"


"อ่อ...ดี อยู่ที่นู่น เจริญดี ฉันก็อยากไป" จียงรู้ตัวว่าน้ำเสียงไม่ได้เข้ากับประโยคที่พูดไปสักนิด


เขาไม่อยากไปญี่ปุ่น ไม่เคยอยากไป ชาตินี้ก็จะไม่มีวันไป


"นายโตขึ้นตั้งเยอะแน่ะ จำแทบไม่ได้ เมื่อก่อนยังตัวเล็กนิดเดียวอยู่เลย ไวชะมัด"


ได้แต่ส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงตอบรับ ร่างสูงโปร่งตรงหน้าไม่พูดอะไรต่อ จียงก็ไม่มีอะไรจะพูด เราถึงได้นั่งเงียบๆ กันจนเวลาผ่านไปหลายนาที


เสียเวลา...


ถ้าเป็นเมื่อก่อน ควอนจียงคงไม่คิดแบบนี้ สำหรับเขาการอยู่กับ 'คนรัก' ไม่เคยเสียเวลา แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันสักคำก็ตาม แต่ตอนนี้ไม่ใช่...ตอนนี้คนตรงหน้าเป็นใครก็ไม่รู้ เขาไม่รู้จักด้วยซ้ำ


"จียง...เรื่องตอนนั้น ต่อให้พี่ขอโทษไปพันครั้งนายก็คงไม่หายโ..."


"ช่างมัน" น้ำเสียงห้วนหายอย่างที่อีกคนชอบด่าว่าไม่น่ารัก เอาเถอะ ก็เพราะเขาเป็นแบบนี้ไงล่ะ เป็นเด็กแบบนี้ ถ้าจียงน่ารัก ก็คงไม่ถูกทิ้งขว้างเหมือนวันนั้น


"......"


"ฉันลืมไปหมดละ"


"นั่นสิ คนเลวๆแบบนี้ใครจะอยากจำ"


เสียงหัวเราะเบาๆจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้นหลังถ้อยคำแดกดันตัวเอง ร่างบางกัดฟังดังกึก ถ้ามันลืมง่ายอย่างที่พูดไปก็ดีสิ... ลืมกับทำเป็นลืมมันต่างกันนะ โปรดเข้าใจซะใหม่


"แล้วพี่กับเค้าเป็นไงบ้าง"


บางทีก็ไม่อยากเชื่อตัวเองว่าจะสามารถถามคำถามแบบนี้ออกไปได้


"เลิกกันนานแล้ว ตั้งแต่ปีแรก"


"อ่อ เสียใจด้วย"


"พี่โดนทิ้งล่ะ กรรมตามทันนะ ว่ามั้ย?"


"....."


...


บ้าชะมัด... ตอนนี้จียงควรจะซื้อหนังสือเสร็จแล้วและรีบซื้อไอติมกลับห้องไปง้อไอ้ลูกหมาต่างหาก มานั่งตรงนี้ทำบ้าอะไรวะ เขาจำใจยกถ้วยกาแฟร้อนตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมด จะได้รีบจบการพบปะกันครั้งนี้สักที จะได้อยู่กลับไปตามทางของตัวเองเหมือนเดิม ไปอยู่กับซึงฮยอน อยู่กับพี่ๆ ที่รักเขา พอกันทีกับเรื่องในอดีต


"จียง...พี่ขอโทษจริงๆนะ แล้วก็อยากให้เรามีความรู้สึกที่ดีต่อกันเหมือนเดิม...เป็นเหมือนพี่น้อง"


คนถูกเรียก
ค่อยๆ วางถ้วยกาแฟสีขาวลงบนโต๊ะตรงหน้า เขารู้สึกร้อนๆที่ขอบตา หงุดหงิดในหัวใจ แต่ไม่มากพอที่จะโวยวายตรงนี้


"ฉันบอกว่าลืมไปหมดแล้วไง พี่เองก็น่าจะลืมมันไปด้วยนะ"


"......"


ผู้ชายตรงหน้าฉีกยิ้มอบอุ่นให้เขาแทนคำตอบ


พี่น้องงั้นเหรอ พี่ชายที่แสนดีอย่างนั้นเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า น่าขำชะมัดยาด



"ลืมฉันไปซะ"


.


.


.





เย็นขนาดนี้แล้วจียงควรจะรีบกลับไปที่ร้านหนังสือแล้วรีบทำธุระให้เสร็จ ป่านนี้ไอ้ลูกหมาคงงอนกู่ไม่กลับแล้วแหงๆ ต่อให้ซื้อฮาเก้นดาสส์ไปง้อก็คงยาก เขาไม่น่าเจอหมอนั่นเลยจริงๆ เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ มาพูดมาขอโทษให้มันได้อะไรขึ้นมา


ขาเพรียวรีบสาวเท้าเดินออกนอกร้าน ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นใครบางคนยืนกอดอกรออยู่ข้างหน้า


บ้าน่า


"ยังไม่กลับอีก?" พูดพลางดึงแขนอีกคนให้เดินออกห่างจากร้านนั้นไปที่ลับหูลับตาคนหน่อย อย่างน้อยๆ ซึงฮยอนก็ไม่ควรได้เจอผู้ชายคนนั้น


"ถ้ากลับแล้วจะรู้เหรอว่าแฟนแอบมาจู๋จี๋กับคนอื่นแบบนี้ ดีจังนะ เพราะงี้ถึงได้รีบไล่ให้กลับห้องเหรอ?"


"....." จียงกลืนน้ำลาย เจอกับแฟนเก่ายังไม่พอ ยังต้องมาเจอหมาบ้านี่พูดจาประชดประชันอีก เขาพยายามสงบสติอารมณ์และไม่ถือสาหาความกับคำพูดของผู้ชายขี้หึง รู้อยู่แล้วว่าซึงฮยอนต้องไม่พอใจถ้ารู้ อยากจะว่าอะไรก็ตามใจเถอะ


"นี่ ควอนจียง ไม่คิดจะแก้ตัวหน่อยรึไง นายเดทกับคนอื่นในวันสำคัญของเราแบบนี้เนี่ยนะ?"


แต่สายตาขุ่มมัวนั่น.. ทำร้ายกันชะมัดเลย



"....."



"เฮ้ๆๆ!! ร้องไห้ทำไม ฉันสิต้องร้องไห้!"


"....."



"...เฮ้ จียง ร้องจริงเหรอเนี่ย!?"


ไม่เถียง ไม่แก้ตัว ได้แต่ยืนมองค้อนอีกคนอย่างน้อยใจ ยกมือปาดน้ำตาที่ไหลจนน่ารำคาญ "ใจร้าย...ไม่ถามกันสักคำเลย! เมื่อไหร่จะไว้ใจกันบ้างวะ!" คนเขาอุตส่าห์อดทนมาแทบตาย... อย่ามาทำให้รู้สึกว่าจะไม่มีใครรักอีกแล้วได้มั้ย ถึงตอนนี้แล้วควอนจียงไม่สามารถอดทนอะไรได้อีก เสียงสะอื้นรอดฝ่ามือที่ยกปิดปากเอาไว้ จียงหันหลังหนีสายตาซึงฮยอนที่เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก


"นะ...นี่ จียง ฉันก็พูดไปงั้นล่ะ ไม่ได้คิดว่าแกจะนอกใจจริงๆ หรอก ก็ฉันเสียใจนี่นา แกเล่นไล่ฉันกลับห้องแล้วมาอยู่กับใครก็ไม่รู้แบบนี้..."


"แล้วคิดว่าฉันไม่เสียใจหรือไงเล่า!!"


ฉวยโอกาสตอนจียงหันมาตะโกนตอบรีบคว้าอีกคนเข้ามากอดแล้วลูบหัวลูบหลังปลอบ ซึงฮยอนไม่ชอบตอนจียงร้องไห้เลยสักนิด ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากใครก็ตาม มันทำให้เขารู้สึกผิดจน...จนบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนดูแลอีกฝ่ายไม่ได้ดีพอ ยิ่งตอนที่ไหล่บางในอ้อมแขนสั่นฮึกฮักจนน่าสงสาร เขาเริ่มโมโหตัวเอง


ซึงฮยอนไม่เคยเจอจียงที่ร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน ระดับที่เรียกว่าฟูมฟาย อย่างมากก็แค่น้ำตาไหล หมอนี่ควบคุมอารมณ์ตัวเองต่อหน้าคนอื่นเก่งจะตายไป แล้วทำไมวันนี้จู่ๆ ถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้...โอเค เมื่อกี้ซึงฮยอนอาจจะพูดแรงไปบ้าง แต่ปกติจียงก็ด่าสวนกลับมาได้ทุกครั้งไม่ใช่ร้องไห้โฮตอกกลับมาแบบนี้ เล่นงี้ซึงฮยอนก็แย่สิ


การที่อีกคนยอมให้เขากอดปลอบโดยไม่ดิ้นแปลว่าหมอนี่ไม่ได้โกรธเขามากนัก แล้วซึงฮยอนยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นว่าการที่จียงร้องไห้อาจจะเป็นเรื่องอื่นตอนที่แขนเรียวยกขึ้นมากอดเขาตอบ ร่างเล็กยังร้องไห้ไม่หยุดจนเหมือนเด็กขี้แง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาให้ซึงฮยอนเห็นตาบวมๆ นั่นเลย ถึงจะสงสารก็อดจะคิดแบบนี้ไม่ได้ ว่าจียงตอนนี้ดูสิ้นฤทธิ์ชะมัด


แต่พอเจอคนในอ้อมกอดร้องไม่หยุดแบบนี้ก็เล่นเอาใจเสียไปเหมือนกัน ได้แต่ลูบหัวอีกคนไปเรื่อยๆ จนเสียงร้องเริ่มเงียบลงถึงได้ตัดสินใจถาม "เป็นอะไรเนี่ย..."


"ไอ้เวรนั่น....กลับมาทำไมก็ไม่รู้!"


"ใคร...คนที่อยู่กับแกเมื่อกี้น่ะเหรอ?"


"....."


"จียง...มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังสิ นี่ไง ฉันถามแกอยู่นะ เกิดอะไรขึ้น?"


"แฟนเก่า"


เด็กขี้แงยอมเงยหน้าขึ้นมาพูดจากับเขาดีๆ ตาเรียวบวมแดง แถมทั้งแก้มทั้งจมูกก็แดงไปหมด แต่มันดูน่าสงสารมากกว่าจะตลกสำหรับซึงฮยอน ไล้นิ้วไปตามดวงตาบวมช้ำนั่น คิ้วหนาขมวดมุ่น ไม่ชอบเห็นภาพตรงหน้าเลย ถึงแม้สาเหตุหลักจะไม่ได้มาจากเขา แต่ก็รู้สึกผิดอยู่ดี


"แล้วมันทำอะไรให้ทำไมต้องร้องขนาดนี้" รู้สึกตัวเองเป็นผู้ปกครองของเด็กอนุบาลที่ถูกเพื่อนแกล้งยังไงชอบกล "ฉันถนอมของฉันแทบตาย"


"ไม่ได้ทำอะไรเลย..."


"....."


"แค่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ถูกทิ้งฉันก็แทบจะเป็นบ้าแล้ว"


"รักเขามากเหรอไง?"


"ไอ้ขี้หึง"


"ไม่หึงหรอก ฉันถามจริงๆ ก็แกบอกให้ถามนี่นา"


จียงยิ้มให้เขาทั้งที่ตาบวมจนจะปิดอยู่แล้ว


"มาก"


"......"


"เคยมาก เคยเป็นชีวิตของฉัน"


เป็นคำตอบที่น่าน้อยใจชะมัด ผู้ชายคนนั้นมีดีอะไรนัก จียงถึงได้ทั้งรักขนาดนี้ ทั้งร้องไห้ให้มากมายขนาดนี้ ซึงฮยอนไม่รู้หรอกนะว่าคนตรงหน้าหมดรักแฟนเก่าไปหรือยัง แต่สิ่งที่จียงให้ความสำคัญกว่าเขามันน่าโมโหทั้งนั้น คิดได้แบบนี้แล้วก็หลุดทำหน้าบึ้งออกมาไม่รู้ตัว


"เลือกฉันใช่มั้ย?"


"แหงสิ"


"ถึงแกอยากจะเลือกไอ้เวรนั่น ฉันก็ไม่ปล่อยไปหรอก จำไว้ซะ"


จียงยิ้มบางแทนคำตอบ ขยับตัวมากอดเอวเขาไว้อีกรอบ ซุกหน้าไว้ที่ไหล่ "สาบานได้ว่าฉันไม่ได้รักแล้ว... แต่มันเจ็บใจชะมัด"


"ไปจัดการให้เอาปะ?"


"จัดการอะไรไม่ต้องเลยไอ้กุ๊ยเอ๊ยยย"


"จะบอกให้นะ ปกติใครทำแฟนฉันร้องไห้แบบนี้ฉันไม่ปล่อยไว้หรอก แต่วันนี้เป็นวันดีครบรอบเราคบกัน เพราะงั้นฉันจะไม่ทำบาปแล้วกัน"


หัวเราะให้กับคำพูดขี้อวดของอีกคน เท่ตายล่ะ... แน่นอนว่าเขาโมโหไอ้บ้านั่น และอยากฆ่าให้ตายด้วยน้ำมือตนเอง แต่คิดอีกทีถ้าทำแบบนั้นก็มีแต่ต้องพัวพันกันไม่จบไม่สิ้น จียงอยากให้หมอนั่นต้องออกไปจากชีวิตพวกเขา ทั้งตัวเอง ทั้งซึงฮยอน ทั้วความทรงจำ ออกไปอย่างสิ้นเชิง



แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอคนตัวสูงให้อ้อมกอดแนบชิดขึ้นไปกว่าเดิม



"กอดฉันไว้ก็พอ"



.


.




"ยิ้มทำไม?"


"ก็ควอนจียงตอนอ้อนน่ารักจะตายไปนี่นา~"


"ยิ้มโรคจิต"


"ฮ่าฮ่าฮ่า"


"ร้องไห้แล้วหิวข้าวชะมัด ไปหาข้าวกินกันดีกว่า จองโต๊ะไว้ที่ไหนไอ้หมา"


"แล้วไม่ทำการบ้านแล้วเหรอไง"


"หมดอารมณ์ทำละ ช่างหัวมัน ฉันตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะเดทกับแฟน รีบพาไปก่อนจะโมโหหิว!"




.


.


.





เปล่า



อันที่จริงเขาไม่ได้ยิ้มเพราะจียงอ้อนหรอก



ซึงฮยอนกำลังยิ้มเหยียดหยัน



ให้กับผู้ชายคนนึง




...อยากโง่คิดว่าเพชรเป็นกรวดเองทำไม




.


.


.



 END



หลายคนคิดว่าเราตายไปแล้วนะคะ ยังค่ะยัง...
แต่งไว้นานนมากกแล้ว เพิ่งทำให้มันจบได้เนี่ยล่ะค่ะ