[Fic] Ex-Friend : Ch.1
posted on 15 Nov 2009 22:40 by pphelpz-bbfic in Ex-Friend
Title: Ex-Friend
Chapter : 1
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
note :, you should read this [One Shot] Mad Ending before.
.
โทรศัพท์เครื่องบางสั่นขึ้นที่บนหัวเตียงชุดสีเบจ ไม่ถึงห้าวินาทีเครื่องสีดำก็แผดเสียงออกมาดังลั่น คนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงขมวดคิ้วขยับตัวนิดหน่อยก่อนเลื่อนมือขึ้นคว้าสะเปะสะปะไปหาวัตถุตัวดีที่ปลุกเขาแต่เช้าแบบนี้
"ฮัลโหล...วันนี้วันหยุด ไม่รับโทรศัพท์ครับ"
"ไอ้ยองเบ...กูเอง"
"หือ...หา....เฮ้ย!" ลุกพรวดขึ้นนั่ง ยกโทรศัพท์ออกห่างหูอย่างตกใจ ชื่อที่เคยคุ้นตาแต่ไม่ได้ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เขามาเป็นปีกำลังโชว์หราอยู่ตรงหน้า....'เทมป์'
"ตกใจอะไรขนาดนั้น เพื่อนโทรหาเพื่อนไม่ได้เหรอวะ"
"เชี่ย...ก็อยู่ๆคนที่หายหัวไปเกือบสองปีโทรมาไม่ให้กูตกใจได้ไงวะ กูนึกว่ามึงทิ้งเบอร์นี้ไปแล้วซะอีก แล้วเสือกไม่ให้เบอร์ใหม่"
ยองเบหมายถึงตอนที่เพื่อนเขาคนนี้ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสเมื่อเกือบสองปีก่อน ตอนนั้นมันน่าแค้นใจชะมัด เป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี แต่จะไปไหนมาไหนไม่คิดแม้แต่จะบอกกันสักคำ อย่าว่าแต่เขาเลย แฟนมันมันยังไม่บอกเลย
"ช่างเถอะน่าไว้เล่าให้ฟัง มาหาไรกินกันหน่อยดิ อยากคุยด้วย"
.
.
.
สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากที่เจอกันล่าสุดเมื่อหนึ่งปีก่อนคือเพื่อนเขาคนนี้ตัดผมสั้น
"ผอมลงนี่หว่า"
"มึงก็ไม่สูงขึ้นเลยนี่หว่า"
ปากน่าเอาตีนยัดเหมือนเดิม
เพื่อนเขา 'ไอ้เทมป์' หรือชเวซึงฮยอน ผอมลงจนน่าตกใจ หรืออาจจะเพราะผมสั้นที่ยิ่งทำให้ใบหน้ามันดูเรียวมากขึ้น แก้มที่ตอบลงนิดหน่อย แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปคงเป็นแววตาดุๆ กับคิ้วเข้มๆนั่น
"มาทำอะไรที่เกาหลีวะ" เป็นคำถามที่ไม่ควรจะถามเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย แทนที่จะถามว่า 'เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม' อะไรจำพวกนั้น แต่สำหรับทงยองเบแล้ว นี่คือคำถามที่อยากถามมากที่สุด
"มาอยู่"
"ฮะ?"
"ก็กลับมาอยู่ไง"
"...."
"กูแค่แพ้อากาศที่นั่น..."
ตอแหลไม่มีชิ้นดี ยองเบไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปดี นอกจากสบถคำหยาบใส่สักคำสองคำ...
ระหว่างรอกาแฟดำถ้วยโปรด เขาเล่าเรื่องของเขาให้ฟังดีไหม... ทงยองเบอายุ 27 ปี ทำงานอยู่ในฝ่ายอาร์ตของบริษัทยักษ์ใหญ่สักแห่งหนึ่งในประเทศ เขามีเพื่อนสนิทอยู่สองคน สองคนนั้นเป็นแฟนกัน รักกันมาก แต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆคนนึงก็หายตัวไปจากชีวิตของอีกคนนึง รู้ตัวอีกทีเพื่อนเขาอีกคนนึงก็ไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับคนรักแล้ว ไม่มีอะไร...ควอนจียงแค่ขับรถชนเสาไฟฟ้าในคืนวันหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้จริงๆ
"มึงเป็นไงบ้าง"
"เรื่อยๆ ไม่เห็นมีอะไร แฟนกูยังไม่มีเลยเนี่ย"
"รีบเหอะ แก่แล้วใครจะเอา"
"ห่า... ใช่ซี้ กูมันไม่หล่อไม่รวยนี่ เฮ้อ... มึงก็รู้ว่าวันๆกูทำอะไร" ถ้าไม่ทำงาน ก็หาของกินไปเซ่นไอ้จี รายนั้นก็หาเรื่องแดกได้ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่อ้วนไปกว่านี้ซักที ทงยองเบรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูแลน้องชายที่น่ารำคาญคนนึง ไอ้จียงน่ะ "กูทิ้งมันไม่ได้ มันไม่มีใครแล้วตอนนี้"
"อยากให้กูสำลักความผิดตายรึไง...เออ อือ...แล้ว จียงเป็นไงมั่ง"
อยากถามเหลือเกินว่ารู้สึกยังไงตอนพูดชื่อนั้นออกมา
"เหมือนเดิม ปกติ ยิ้มบ่อย วันๆนึงมันยิ้มมากกว่าสมัยก่อนรวมกันทั้งปีซะอีก มึงต้องอิจฉากูแหงๆ"
แต่ยองเบน่ะ แย่ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนรักของเขายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น ยิ้มเพราะนึกว่าตัวเองอายุ 18... เออ ช่างเถอะ หน้าตามันก็ไม่ได้ต่างไปจากตอน 18 เท่าไหร่หรอก
"เพราะกูใช่มั้ย"
"ใช่"
ไม่ใช่ว่ายองเบเป็นคนใจร้าย แต่ในเมื่อชีวิตของไอ้จีมีแต่เพื่อนเขาคนนี้แล้ว แล้วยังกล้าทิ้งกันอีก บอกตามตรงว่าอยากตัดเพื่อนอย่างที่สุด โกรธ... ตอนนั้นเขาโกรธมันมากยอมรับเลย แต่เวลาก็ทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นค่อยๆหายไปเอง ยังไงก็เพื่อนกัน ยังไงเพื่อนเขาก็ยังรักกัน
"..กู...เลวมากมั้ยวะ"
"อืม ถึงขั้นเชี่ยเลยแหละ"
ยองเบพูดติดตลกไป พอจะรู้ว่าซึงฮยอนกำลังพูดถึงเรื่องไหน แต่ดูเหมือนซึงฮยอนจะไม่ขำ ยองเบรู้ว่าเพื่อนเขาติดตามข่าวจียงตลอด จียงน่ะ แฟนเก่ามัน ไม่รู้สิ เรียกยังไงดี มันก็ยังไม่ทันเลิกกันสักหน่อย... มือเรียวยกกาแฟขึ้นจิบ
"แล้วมันจะเชี่ยไปกว่านี้มั้ยถ้ากูจะกลับไปหาเขา"
.
.
.
ภาพของผู้ชายคนหนึ่งในชุดสีเขียวของคนป่วยกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกสีขาว ตัวผอมนิดเดียว มือทั้งสองข้างกำลังนวดข้อเท้าข้างหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังจะบวมเป่ง หน้าขาวซีดง้ำงออย่างอารมณ์ไม่ดี
ซึงฮยอนมาที่นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ลืมไปแล้ว จำได้ว่าปีที่แล้วก็มาในเดือนนี้ พฤศจิกายน เป็นหน้าหนาวแบบตอนนี้เหมือนกัน เขาเดินเข้าไปใกล้ๆคนป่วยตัวผอมที่ดูจะไม่รู้สึกว่ามีคนเดินมา ถุงขนมยี่ห้อดังถูกยื่นไปให้ตรงหน้า
เงยหน้าขึ้นมามองกันแล้ว
ยิ้มให้กันเฉยเลย
"ให้ฉันเหรอ"
"อื้อ"
"แต้งกิ้วววววว" จียงน่ารัก เวลายิ้มแบบนี้ ไม่ค่อยคุ้นตาเลย "ขอบคุณนะ ฉันจำพี่ได้ ตัดผมเหรอ หายไปไหนมาตั้งนาน"
"ทำงานสิ ผู้ใหญ่ก็ต้องทำงาน" ซึงฮยอนตัดสินใจนั่งลงข้างๆ ควอนจียง "แล้วข้อเท้าเป็นอะไรน่ะเรา ทำไมมันบวมขนาดนั้น"
"ข้อเท้าพลิกอะ...วิ่งแล้วข้อเท้าก็พลิก เจอป้าพยาบาลด่าเลย โอยยย ถ้าไอ้ยองเบมาเห็นมันต้องด่าฉันแน่ๆๆๆๆๆ"
"ช่วยนวดเอามั้ย มียารึเปล่า" จียงดูประหม่าอย่างแปลกๆ ตอนที่ส่งหลอดยาสีส้มมาให้เขา ประหม่าเหรอ...หมอนี่น่ะนะ น่าตลก "ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นได้มั้ย ถึงจะซื้อขนมมาให้บ่อยๆอย่างไม่มีเหตุผล แต่ฉันก็เป็นคนดีน่า" พอจียงได้ยินก็หัวเราะ
"ใครจะไปรู้ ก็พี่หน้าตาน่ากลัว เหมือนโจรลักพาตัวเลยอะ"
"ไม่ได้เป็นสักหน่อย ฉันออกจะใจดี นายไม่คิดแบบนั้นรึไง"
"....อือ" สัมผัสอุ่นๆ ผ่านครีมยาสีขาวทีแนบลงไปกับข้อเท้าจียง ทำให้คนที่พูดแจ้วๆอยู่เมื่อกี้เงียบเสียงลงได้ซะเฉยๆ ซึงฮยอนหัวเราะในใจ มือเขาอุ่นกว่าที่คิดใช่มั้ย
"ฉันเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส"
"จริงดิ แล้วเพื่อนพี่ที่อยู่ตึกนี้ไม่เหงาบ้างเหรอ เออ เพื่อนพี่ชื่ออะไร บางทีฉันอาจจะรู้จักนะ ตอนนี้ฉันรู้จักคนเยอะมากมายยยยเลยอะ"
"ก็คงเหงา... ฉันก็เหงานะ อยากเจอทุกวันเลย"
"ฮั่นแน่~ เพื่อนหรือแฟนกันแน่ เพื่อนที่ไหนเค้าอยากเจอกันทุกวัน"
"ทำเป็นรู้ดี"
จียงหัวเราะเอิ้กอ้ากอีกแล้ว เป็นเหมือนที่ไอ้ยองเบบอกไม่มีผิด ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ไม่ค่อยเหมือนจียงที่ซึงฮยอนรู้จัก แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว
"......" จู่ๆจียงก็เงียบไป แล้วเสียงแกะห่อขนมก็ดังขึ้น ยังไงจียงก็ยังเป็นจียงที่ชอบกวนโอ๊ย ขณะที่เขากำลังนวดข้อเท้าให้มันอยู่ เจ้าตัวกลับมานั่งแกะขนมกินเฉยเลย เออดี "กินมะ? เออะ ฉันรู้ว่าพี่ก็ตอบว่าไม่"
"กินไปเถอะน่า"
"ทำไมพี่ต้องซื้อขนมมาให้ฉันด้วยนะ แถมรู้อีกว่าชอบยี่ห้อไหน นี่ เราเคยรู้จักกันใช่มะบอกมาตรงๆดิ๊?"
กวนประสาท แล้วก็ยังฉลาดเหมือนเดิม
"ก็ปีที่แล้วไง ถามอะไรแปลกๆ"
"ไม่หรอก...เราออกจะคุ้นเคยกันปานคู่แท้ปาฏิหาริย์...ฮึฮึฮึ อย่าทำหน้าเชื่อฉันดิวะ มันจี้... นี่ ฉันรู้หรอกน่าว่าฉันความจำเสื่อม ว่าแต่เราเคยรู้จักกันใช่มั้ย?"
"นายอยากออกจากที่นี่มั้ย" จียงหน้าบุ้ยที่ซึงฮยอนไม่ตอบคำถามเขาสักที
"ก็อยาก แต่ออกแล้วจะไปอยู่กับใคร อยู่นี่มีป้าพยาบาล มีเพื่อน มีข้าวกินแม้จะรสชาติห่วยแตก"
"กับไอ้ยองเบไง"
"ไม่เอาอะ แค่นี้ฉันก็สร้างความลำบากให้มันมากเกินพอแล้ว... มันไซโคให้ฉันออกจากที่นี่ทุกวันเลยรู้มะ แต่ไม่เอาด้วยหรอก ถ้าฉันจะออกไปก็ต้องดูแลตัวเองให้ได้ พี่ว่า...ฉันทำอะไรได้บ้าง ผิวฉันตอนนี้โดนแดดไม่ค่อยได้แล้วนะรู้มั้ย ยกของหนักก็ไม่ได้ปวดหลัง เฮ้อ..."
"ดีไซเนอร์... นายน่ะ เป็นดีไซเนอร์ได้" คนพูดยังก้มหน้าก้มตานวดข้อเท้าของอีกคน ในขณะที่ดวงตารีเรียวเบิกโตขึ้น
"รู้ได้ไง! ฉันชอบวาดรูปมากเลยนะ! บอกแล้วว่าเราต้องรู้จักกัน พี่อย่ามาทำเป็นมีลับลมคมใน บอกฉันมาซะดีๆ"
"อื้อ เราเป็นเพื่อนกัน"
"...."
"อันที่จริงฉันมาที่นี่เพื่อเยี่ยมนาย"
"เหรอ"
"...." เชื่อยากมากเลยเหรอ
"ไหน...บอกว่ามาหาแฟนไง"
"ก็งั้นแหละ เอ้า ทาเสร็จแล้ว ห้ามเดินบ่อยๆนะมันจะบวมอีก"
ใบหน้าจียงที่เรียบนิ่งแบบนี้ดูน่าคุ้นตาอย่างประหลาด แววตาที่ดูสับสนและงงงวยฉายชัดขึ้นมา
"เรารู้จักกันจริงๆเหรอ...ฉันแกล้งถามพี่เล่นเฉยๆอะ ตกใจเลยนะเนี่ย"
อ้าว ไอ้เด็กนี่... ไอ้เราก็นึกว่ารู้สึกแบบนั้นจริงๆถึงได้บอกไป แต่ไหนๆก็บอกไปแล้ว บางทีซึงฮยอนควรจะ 'รุก' อีกสักครั้งในชีวิตนะ เพื่อได้บางอย่างกลับคืนมา
"ถ้านายมีรอยสักที่พาดกลางหลังก็คงเป็นคนเดียวกับที่ฉันรู้จักนั่นแหละ"
จียงหันหน้ามาสบตากับเขา แววตาที่ไม่มีผิดมีภัยจ้องเขาอยู่นาน มือข้างซ้ายพยายามเอื้อมมาแตะรอยสักตัวเองผ่านเสื้อผ้าบาง "ถูก...ฉันมี แสดงว่าเรารู้จักกันจริงๆด้วย ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า"
"อยากแกล้ง"
ใบหน้าขาวแยกเขี้ยวใส่เหมือนเด็กๆทำ ก่อนจะเปลี่ยนนิ่ง...แล้วก็ยิ้มบาง "ฉันดีใจนะ...ที่มีคนรู้จักฉันเพิ่มขึ้นมาอีกคนนึง"
อย่าทำหน้าแบบนั้นได้ไหม ควอนจียงที่มั่นใจในตัวเองไม่เคยยิ้มแบบนั้น แววตาไม่เคยเป็นแบบนั้นที่ทั้งสั่นไหวแล้วก็เจือเศร้าซะจนซึงฮยอนใจหาย ดีใจมากเลยเหรอ...ที่รู้ว่ายังมีคนที่รู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกคน ทำไม ทำได้ยังไง เขาทิ้งจียงไว้กับความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไงตั้งสองปี เป็นผู้ชายที่ไม่สมควรได้รับการให้อภัยอย่างที่สุด
"เราเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉัน นาย แล้วก็ไอ้ยองเบ"
"เหรอๆๆ แล้วแต่ก่อนไอ้ยองเบเตี้ยแบบนี้มั้ย แล้วเมื่อไหร่มันจะหายเตี้ยอะ"
"ฮ่าๆๆๆ มันเป็นเพื่อนที่ดีนะ"
"อื้อๆๆ มันเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ทิ้งฉัน ไม่ทิ้งฉัน"
"...."
"นี่ จะเล่าอะไรให้ฟัง ฉันเป็นแบบนี้เพราะขับรถชน พอตื่นขึ้นมาฉันก็นึกอะไรไม่ออกสักอย่างนอกจากหน้าคนที่ชื่อว่าทงยองเบลอยขึ้นมาตรงผนังห้อง กับคำจำกัดความข้างๆที่ว่า'เพื่อน' สุดยอดไปเลย แทนที่ฉันจะนึกถึงพ่อถึงแม่นะ แสดงว่าไอ้ยองเบต้องสำคัญกับฉันสุดๆเลยอะ แปลกมั้ย...ที่ฉันจำยองเบได้คนเดียว ทั้งที่เราสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ ทำไม...ฉันจำพี่ไม่ได้เลย"
....เจ็บแฮะ
"พี่...ไม่สิ นาย...ชื่ออะไรนะ"
"ซึงฮยอน ชเวซึงฮยอน" เป็นครั้งที่ 3 ในชีวิตที่ซึงฮยอนแนะนำตัวเองกับผู้ชายที่ชื่อว่าควอนจียง เบนสายตาขึ้นมองท้องฟ้าตามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จียงชอบมองท้องฟ้าตั้งแต่เมื่อไหร่
"....เทมป์"
"หือ..."
"เมื่อกี้บนท้องฟ้ามีคำว่าเทมป์ลอยขึ้นมา...ไม่เห็นเหรอ?"
"......"
จียงพูดแบบนั้นแล้วก็ลุกจากม้านั่งวิ่งตรงไปที่กลางสนามหญ้าท่ามกลางเสียงหัวเราะ ล้อกันเล่นเหรอ? หรือเห็นจริงๆกันแน่ ทั้งงงทั้งตกใจ จากที่มองตามไปก็ต้องเปลี่ยนเป็นวิ่งไปหาแทน ก็จียงสะดุดขาตัวเองล้มลงไปนั่งแล้วก็ร้องโอดโอยเสียงดัง
"บอกแล้วว่าอย่าวิ่ง อย่าเดินให้มาก นายข้อเท้าพลิกอยู่ไม่รู้รึไง พูดแล้วทำไมไม่ฟัง"
"อย่ามาดุฉันนะ!! นายดุฉันเหมือนไอ้ยองเบไม่มีผิดอะ!" มือสองข้างยกขึ้นอุดหู ส่วนใบหน้าก็ยุ่งไปหมดจนน่าขำ เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลย ซึงฮยอนยืนมองดูคนที่นั่งบนพื้นโดยไม่คิดจะยื่นมือไปช่วยพยุง แล้วจียงเองก็ไม่คิดจะลุกขึ้นแถมนั่งขัดสมาธิเท้าคางหันหน้าไปทางอื่นเหมือนงอนเขาอีกแน่ะ
"ถามอีกรอบนะ ว่าอยากออกไปจากที่นี่มั้ย"
"อยาก" ทำตัวเป็นเด็กดื้อไม่ยอมหันมามองหน้าคนที่พูดด้วย
"ฉันพานายออกจากที่ได้ นายมีที่อยู่แน่ๆล่ะเรื่องนั้น ไม่ต้องห่วงว่าต้องไปอยู่กับไอ้ยองเบ"
"หมายความว่าจะให้ฉันอยู่กับนายรึไง?" น้ำเสียงห้วนใส่กันแล้ว ฮ่าฮ่า ตลกดี เมื่อกี้ยังพูดดีๆกันอยู่เลย พอไม่ชอบใจกันก็ทำตัวแบบนี้ใส่เหรอ เออ ค่อยคุ้นหูคุ้นตาหน่อย
"อยากอยู่มั้ยล่ะ ฉันรวยนะ ห้องฉันมีขนมเยอะแยะ"
"ฉันไม่ใช่เด็กที่จะเอาขนมมาหลอกได้นะ!"
"อ๋อ เหรอ"
"....แล้ว... แล้วถ้าไปอยู่กับนาย นายจะไม่ลำบากเหรอ"
"เฮ้ย นี่กะจะมาอยู่ด้วยกันจริงเหรอเนี่ย!?"
"หา....ก็แล้วมาชวนไปอยู่ทำไมเล่า!!" หน้าคนที่นั่งบนพื้นยิ่งยุ่งไปกว่าเดิมจนน่าตลก หน้าขาวฝาดสีแดง คงโมโหที่หน้าแตก ซึงฮยอนหัวเราะจนปวดท้องไปหมด นิสัยจียงไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อยเลยนี่นา
"ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่น นายก็ต้องอยู่คอนโดนายสิ"
"คอนโด? ของใคร?"
"ก็ของตัวเองน่ะสิ"
"ฉันมีด้วยเหรอ?"
"อื้อ"
"แล้ว แล้วมีอะไรอีก"
"อยากรู้ก็ต้องไปดูเอง ออกจากที่นี่ด้วยตัวเอง"
"นายหลอกฉันปะวะเนี่ย จะเอาตัวฉันไปขายใช่มั้ยบอกมานะ!?"
"ตัวแค่นี้ชั่งกิโลขายยังได้ไม่กี่วอนเลย เป็นคนไร้สาระแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย..." อยากจะขำแต่ก็กลัวคนข้างล่างลุกขึ้นมาไล่เตะ ได้แต่ส่งมือไปข้างหน้า "ไม่เบื่อบ้างรึไง ไม่อยากรู้เหรอว่าจริงๆแล้วชีวิตนายเป็นยังไง"
"....อยาก" เขามีอะไรมากกว่านี้งั้นเหรอ มากกว่ารู้จักคนชื่อทงยองเบ มากกว่าที่ว่าตัวเองมีเงินหลายหลักในบัญชีธนาคาร มากกว่าที่ว่าตัวเองวาดรูปได้ ...จะมากสักแค่ไหนเชียว ยองเบไม่เคยบอกเรื่องแบบนั้นกับเขาเลยนี่นา
"ถ้าจะไปด้วยกันก็ลุกขึ้น"
มือใหญ่ที่ลอยอยู่ข้างหน้า ใบหน้าของชเวซึงฮยอนดูโคตรมีพิษมีภัย แต่น่าเชื่อถืออย่างบอกไม่ถูก จียงก้มหน้าลงมองพื้นนิ่งเงียบไปเกือบนาที ก่อนจะยกมือขึ้นจับกับมือตรงหน้า แรงกระชับทำให้จียงใจชื้นขึ้น ....มือพวกเขาจับกันแล้วลงล็อคแปลกๆ
"...ไปสิ"
พระเจ้า... วันเกิดอายุ 28 ปีนี้ซึงฮยอนขอสิ่งๆนี้กลับมายืนข้างๆได้ไหม
TBC
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ซิทคอมมาแล้น 55555555555555+ มันจะมาเรื่อยๆเพราะช่วงนี้ไม่ว่าง พอไม่ว่างมันก็แต่งฟิคออก อะไรหยั่งเง้ เอาล่ะ ฟิคมันเริ่มเข้าเรื่องละ (เหรอ) สรุปแล้วมันก็คือเรื่องต่อจาก Mad ending นั่นเองจ้า แบบว่าก็รู้สึกเหมือนกันว่าจบได้เชี้ยมากๆ เลยอยากต่อ หลายคนเริ่มเดาออกว่ามันจะไปไหนทิศไหน งือ ก็ทิศนั้นแหละ T,,T ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เราอยากแต่งให้มันเป็นสไตล์เราดูสักยก อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง
ปล.เรื่องนี้ไม่คอเมดี้โคตรๆอะ ดราม่าโคตรๆ โรแมนติกโคตรๆ จิตวิทยากันสุดฤทธิ์
ปลล.คิดถึงงงงงงงงง ทู้กกกกกกกกกกคนนนนนนนนนนนนน
ปลลล.ไม่ต้องกลัวฟิคเราโดนแบนนะ ยืนยันว่าไม่มีเอ็นซีให้เค้าแจ้งแบนแน่นอน

