[Fic] Girl Friend : Ch.9
posted on 20 Jun 2009 21:24 by pphelpz-bbfic in Girl-Friend
Title: Girl Friend
Chapter : 9
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Author's Note:
ใกล้จบละ อีกหลายตอน(อ้าว)
.
.
โอ๊ย.... หนัก
.....รำคาญ
ควอนจียงกำลังรู้สึกรำคาญ
แสงแดดที่แยงเข้าตาบ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ที่อากาศคงจะดี นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นกดระหว่างคิ้ว หน้าเบ้เพราะรู้สึกปวดตา พยายามจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปอาบน้ำไปมหาลัยเหมือนทุกวัน แต่ความรู้สึกหนักๆ ที่ทำให้ลุกไม่ขึ้นทำให้คิ้วเรียวต้องขมวดหันไปมองต้นเหตุถึงได้ของขึ้นจี๊ดแต่เช้า
"ไอ้ลิงเชี่ย ปล่อย ว้อย!!!!!"
"โอ๊ย มึงจะแหกปากทำไม เดี๋ยวยามก็ขึ้นมา..." เสียงใหญ่อู้อี้ๆ อยู่กับหมอนสีขาวใบโต และหมอนข้างหน้าตาดีอย่างควอนจียง กร๊าก (จนถึงตอนเก้าแล้วมันจะเล่น) แต่นี่ไม่ขำเลยนะเว้ย!! ควอนจียงกำลังถูกมันล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพอย่างมาก แขนใหญ่ๆที่อุดมไปด้วยไขมันเป็นส่วนมากกำลังทับอกเขาอยู่ไม่ให้ลุกไปไหน และอย่าคิดว่าจียงไม่รู้ว่ามันอยู่ท่านี้มากี่ชั่วโมงแล้ว ไอ้บ้านี่หลอกสัมผัส(!!?)เขานี่หว่า!
ปกตินอนเตียงเดียวกันก็ไม่เห็นมันจะดิ้น ละเมอ อะไรสักอย่าง พอคบกันแล้วก็กวนส้นแบบนี้มันน่าจะกระโดดเอาคอนเวิร์สยันหน้าจริงๆ
"ปล่อยกูดิ๊ โอ๊ย รำคาญ!! แม่ง! แล้วนี่มึงจะไปเรียนมั้ยเนี่ยเจ็ดโมงละ เรียนแปดนะเว้ย!" ตะโกนใส่หน้าแม่งซะเลย หึ ฟันยังไม่ได้แปรงด้วยเอาให้มันตายคาเตียงไปเลย จียงพยายามอย่างสูงสุดอีกครั้งที่จะผลักแขนมันออก
"เออน่า นอนอีกแป๊บ เดี๋ยวกูซิ่งไปให้..."
"ถ้าวิชานี้กูเข้าไม่ทัน กูจะลาออก"
"เออเว้ย! ทำมาเป็นขู่ ใช่ซี้ มีเรื่องขู่กูได้ดิมึงอะ กูนี่เบี้ยล่างตลอด!" ท่อนแขนยักษ์ที่จียงเรียกค่อยผละออกไปหลังจากคำพูดว่าจะลาออก ไอ้ยักษ์ก็ทำเป็นบ่นน้อยอกน้อยใจอย่างน่ารำคาญชิบเป๋งสำหรับเขา แต่ช่างมันเว้ย จียงลุกขึ้นยืนทรงตัวข้างเตียง
"รักคือความอดทน" แล้วมันเกี่ยวปะวะ กูพูดไว้ก่อน "มึงจะอาบก่อนหรือให้กูอาบก่อน"
"จูบก่อน"
"พ่อมึง"
สวนกลับไปทันควันจนซึงฮยอนทำหน้าเซ็ง ทำไมไม่มีเขินอายหรือพูดจาน่ารักๆอย่าง 'ถ้าจูบแล้วตัวเองต้องไปอาบน้ำกับเค้านะ' หรืออะไรเทือกๆนั้นเหมือนคนอื่นๆ(อ้าวเห้ย)บ้างวะ หรือต้องให้เขาตายแล้วเกิดใหม่สักสองสามรอบจียงถึงจะทำตัวน่ารักบ้างสักนิ้ดดด ถ้าเป็นงั้นจะยอมแก้บน อดกล้วยสามวันเลยเอ้า
เสียงเดินตึงตังเงียบไปที่ทางห้องน้ำ จียงคงตัดสินใจให้ตัวเองอาบน้ำก่อนไปแล้ว ซึงฮยอนลืมตามองเรือนหอ เอ้ย คอนโดของเขาแล้วกะพริบตาปริบ เหมือนฝันที่แบบตื่นมาแล้วเห็นคนรักอยู่ข้างๆนะว่ามั้ย ก๊ากกกกก โอ๊ย อารมณ์ดี แต่อย่าไปพูดให้จียงรู้เชียวไอ้เรื่องแบบนี้ แม่งไม่เคยมีความละเอียดอ่อนในจิตใจเลยสักติ๊ด มันแข็งกระด้างไม่เหมือนคนชอบศิลปะทั่วไปเลย
ตั้งแต่วันที่พ่อมันวางระเบิดใส่ห้องของมัน จียงก็เลือกที่จะฝากชีวิตของตัวเองไว้ที่ห้องเขาแล้ว แต่แหม เรื่องแบบนี้ซึงฮยอนก็เต็มใจบ้างอะไรบ้าง พูดดูห่างเหินชะมัด ไอ้การที่แฟนจะมาอยู่บ้านแฟนนี่มันประหลาดตรงไหน จะประหลาดก็ไอ้ตรงที่ควอนจียงยังทำตัวเหมือนตอนเป็นเพื่อนทุกระเบียบนิ้วนี่แหละ ยิ่งเรื่องแตะเนื้อต้องตัวนี่ยิ่งหนัก เขากับมันคบกันแล้วนะเว้ย (ซีเรียส) แต่ตัวแม่งยังกะเป็นทอง ไปโดนนิดโดนหน่อยไม่ได้เลยทีเดียว โวยวายดาวแตก!!
ซึงฮยอนยังคงนอนเคี้ยวน้ำลายแจ๊บๆอยู่บนเตียงในตอนที่โทรศัพท์สีชมพูหวานสั่นตรงหัวนอน เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมมันตั้งระบบสั่นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ก็เอื้อมมือมารับอย่างไม่คิดอะไร จะมีสักกี่คนเชียวที่มีเบอร์มัน
"ฮัลโหล"
"อ้าว ไอ้เทมป์ มึงเหรอวะ" เสียงเพื่อนซี้อีกคนนึงดังมาอีกฟาก ไอ้ยองเบนั่นเอง
"เออดิ"
"แล้วโทรศัพท์ไอ้จีอยู่กับมึงได้ไง ไอ้จีอะ"
"อาบน้ำอยู่... มีอะไรวะ คลาสเลื่อนมาเป็นเจ็ดโมงรึไง"
"เชี่ย... นี่ไอ้จีนอนกับมึงเหรอเนี่ย" อีกคนไม่ได้ตอบคำถาม แต่ระดับเสียงของยองเบเบาลงจนเหมือนเสียงกระซิบ ซึงฮยอนสบถในใจ ชิๆๆๆ อย่าทำเป็นโง่ได้มั้ยวะเพื่อน นี่กูใบ้ขนาดนี้แล้วนะเนี่ย
"กูไม่ได้บอกนะ มึงเดาถูกเอง" ถ้าเกิดจียงไปถามว่ามันรู้เรื่องของเราได้ยังไง ซึงฮยอนก็ไม่ผิดนะจะบอกให้ แหม ก็รายนั้นไม่อยากให้เปิดเผย จะเป็นเพราะมันอายหรืออะไรก็ช่างมันเหอะ แต่มันทำให้ซึงฮยอนหงุดหงิดนิดๆว่ะเวลาที่ทำอะไรไม่ได้ตอนอยู่ในที่สาธารณชน
"โห่ ไอ้เวร! มีความลับอะไรกันบอกกูมาซะดีๆ กูเป็นแอดไวเซอร์ลับๆให้มึงเลยนะเว้ย เฮ้ย! หรือว่าพวกมึง...."
"เว้นประโยคได้เชยมาก แต่เป็นอย่างที่มึงคิดแหละว่ะไอ้เพื่อนยาก..."
ยองเบได้ยินเสียงหัวเราะหึๆๆๆ ดังมาตามสายเหมือนนักฆ่าในไอริสที่ดูทุกเย็น =___=
"จริงดิ ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!!"
"เดี๋ยวค่อยเล่า เชี่ยจีมาละเดี๋ยวแม่งบ่น แล้วมึงมีไรเนี่ย"
"เออ บอกไอ้จีด้วย พ่อแม่งมามหาลัย"
.
.
.
ควอนจียงกำลังเครียดจัดกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในมุมอับของร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆมหาลัย เขาส่งเสียงจึ๊จ๊ะที่คอมามากกว่าสิบครั้งและยังไม่ตัดสินใจเดินไปหาผู้ชายคนนั้นแต่เลือกที่นั่งอยู่ฝั่งหน้าร้าน เชวซึงฮยอนยกกาแฟซดจนหมดเป็นแก้วที่สอง คือของมันด้วยและของจียงด้วยไปแล้ว นิ้วยาวจิ้มแรงๆไปที่กลางหน้าผากของไอ้ทั้งเพื่อนและแฟนตัวดีอย่างไม่สบอารมณ์
"มึงอยากไปก็ไปดิ"
"ไปไหน"
"ไปหาพ่อมึงไง เค้าอุตส่าห์มาหา ว๊ะ มึงคิดดูคนอย่างพ่อมึงยอมเฉียดมาใกล้ตึกศิลปศาสตร์เลยนะเว้ย"
"แต่...มันเสียศักดิ์ศรีว่ะ กูทำใจไม่ได้ นี่กูกำลังหนีออกจากบ้านนะเนี่ย"
แหม หนีมาไกลมากเลยนะ มาอยู่บ้านเพื่อนเนี่ย คิดว่ามันตามตัวยากนักรึไง มันก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากป๊ะป๊าตามประสาลูกแหง่แหละว๊า ซึงฮยอนคิดในใจในเรื่องที่ตัวเองเคยทำมาก่อน(อ้าวชิบหาย) แต่โธ่ นี่ก็ยอมลงทุนโดดคาบแรกกันแล้ว จะไปกลัวอะไรอีกเนี่ย
"มึงคิดดูดิ พ่อกูทิ้งทุกอย่างของกูไปขนาดนั้น แล้วหายตัวไปเฉยเลย จะให้กูเข้าไปหาเขาแล้วบอกว่า พ่อ หวัดดี เงี้ยเหรอวะ กูโกรธเป็นนะ กูโมโหอะ กูงอน"
"กูก็ซื้อให้หมดแล้วไง คิดไรมากเนี่ย ไปหาเค้าเหอะ เผื่อมีอะไรสำคัญ"
"มึงนี่น่ารำคาญ" จียงลุกขึ้นยืน ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าคงต้องเข้าไปหาพ่อจริงๆนั่นแหละ เขากำลังจะเดินตรงไปที่โต๊ะของพ่อของอีกฝั่งร้าน แต่ก็ถูกรั้งข้อมือไว้ซะก่อน หันไปชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ไอ้คนชอบรบกวน
"กูรอตรงนี้นะ"
"เออ"
.
.
บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่จียงเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อใกล้ๆแบบนี้ในระยะสามสี่เดือนที่ผ่านมา เป็นเด็กที่ไม่ดีเอาซะเลยที่ถือวิสาสะลากเก้าอี้ออกมานั่งโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ
"โผล่มาได้แล้วหรือไง ไปลับๆล่อๆทำไมอยู่ได้ตั้งนาน" ละสายตาจากหนังสือเล่มเล็กตรงหน้า ปิดมัน แล้วหันมาพูดพร้อมกับมองจียงด้วยสายตา 'ฉันรู้จักแกดี' อะไรประมาณนี้ที่ควอนจียงไม่ชอบใจเอาซะเลย
"ไม่มีอะไรหรอก พอดีมีเพื่อนมาด้วย แล้วพ่อมีอะไรถึงมานี่"
"แกหายไปไหนมาล่ะ ลูกหายหัวไปเป็นอาทิตย์คิดว่าฉันจะอยู่เฉยได้รึไง"
"อ๋อ ก็คิดแบบนั้นแหละ"
พ่อจียงไม่ใช่คนหน้าตาดุขนาดที่มองมาแบบนี้แล้วจียงจะกลัวสักหน่อย เด็กอกตัญญูได้แต่เบนหน้าไปอีกด้าน จริงๆแล้วเราคุยกันได้ เพียงแต่ไม่ถูกคอเท่านั้นเอง อาชีพพวกเกี่ยวกับบริหารๆอย่างที่พ่อเขาทำไม่ถูกโฉลกกับเขาเท่าไหร่ ส่วนศิลปะของจียงพ่อก็ไม่ชอบเหมือนกัน เกิดความเงียบขึ้นมาระหว่างพ่อกับลูกจนจียงต้องเป็นฝ่ายเริ่มพูดเองทั้งที่ไม่ใช่วิสัย
"เพราะพ่อทิ้งของของผมน่ะแหละ เลยเซ็ง ไม่อยากอยู่บ้าน"
"เกะกะลูกตา" โอ๊ย เอามีดมาแทงกันเลยดีมั้ยเนี่ย แต่ก็เอาเหอะ จียงชินที่พ่อชอบแอบเข้าไปในห้องเขาทุกที "ออกไปเรียนBBAซะทีเถอะ" เฮอะ ไอ้เทมป์มันยังไม่รู้วาเขาก็อยู่ในสถานะเดียวกับมันนั่นแหละ ถ้ามันรู้มันคงดีใจนะว่ามั้ย
"เดี๋ยวก่อนเหอะน่า ปล่อยให้เรียนก่อนได้มั้ย พ่อก็หัดสนับสนุนซะบ้าง" ควอนจียงกำลังทำสีน้าหงุดหงิดใส่พ่อผู้บังเกิดเกล้า เขาคิดไว้ตั้งนานแล้วว่าถ้ามีวิ่งแข่งไปนรก จียงคงได้เหรียญทองในฐานะเด็กอกตัญญูยอดเยี่ยม
"เงินที่ส่งให้ทุกเดือนไม่เรียกว่าสนับสนุนรึไง ทำไมต้องทำตัวเป็นเด็กมีปัญญาด้วยจียง"
ก็เพราะไม่มีทางที่จะไปถอนออกมาใช้ไงถึงได้ทำตัวมีปัญหาเหมือนตอนนี้ จียงว่า พ่อรู้ดี แต่ก็ทำไก๋ไปงั้นแหละ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเอาแต่เขี่ยดอกไม้ประดับบนโต๊ะไปมา สักพักที่สมุดบัญชีสีเหลืองอ่อนถูกยื่นวางมาไว้ด้านหน้า ดวงตาเรียวเบิกขึ้นตั้งตกใจระคนแปลกใจ เขาเผาไปแล้วจริงๆนี่หว่า แต่พูดไป ระดับคนอย่างพ่อ คงทำเผื่อไว้สักสามสี่เล่ม
"ใช้เงินที่ฉันหามาบ้าง เงินฉันทุกบาทคือเงินแกนั่นแหละ"
"พ่อคิดว่าเงินมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผมนักรึไง ผมไม่ใช่พวกวัตถุนิยมสักหน่อย" ไม่ใช่กะผีน่ะสิ ต้องพูดว่าใช่ แต่ไม่มีเงินจะมานิยมต่างหาก "ความสุขของลูกชายมันซื้อได้ด้วยเงินปะพ่อ"
"ความสุขแม้ฉาบฉวยก็เรียกว่าความสุข แกมีเงินที่จะทำให้แกได้ในสิ่งที่แกอยากได้ทำไมไม่พอใจ อย่าเป็นพวกเด็กที่อยากมีปัญญาทางบ้านได้ไหม"
"ไม่ได้อยากมี แต่ก็มีจริงๆนี่หว่า อย่างน้อยๆพ่อก็รับไม่ได้ที่ผมเรียนศิลปะ"
"ฉันแค่ไม่ชอบแต่ก็ปล่อยให้แกเรียนมา 3 ปีขนาดนี้ไม่เห็นต้องถามเลยว่ารับได้ไหม เงินนั่นน่ะ ใช้ไปเถอะ ใช้เพราะฉันอยากให้แกใช้ ฉันไม่ได้เอาเงินฟาดหัวแต่แค่รู้ว่าลูกตัวเองชอบอะไร อย่าไปทำงานให้เหนื่อย เพราะฉันเหนื่อยไปแล้ว ให้ฉันเหนื่อยคนเดียวพอ"
เพราะควอนจียงเป็นลูก
งั้นเหรอ
จียงนิ่งเงียบ ตอนนี้เขาดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่เพิ่งรู้สึกว่าเขาทำหลายๆอย่างในชีวิตผิดพลาดไปซะหมด แปลกไหมที่จะรู้สึกกระดากอายกับพ่อตัวเอง "พ่อมีอะไรอีกปะเนี่ย ผมโดดเรียนมา"
"กลับบ้านบ้างก็ดี" ร่างสูงใหญ่ของพ่อลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับสูทให้เข้าที่ จียงไม่ได้มองหน้าพ่อ ไม่ได้กล่าวลา ไม่ได้โบกมือบ๊ายบาย เพียงแต่พูดอะไรเบาๆตอนที่คนเป็นพ่อกำลังจะเดินผ่านโต๊ะไป
"เรียนจบแล้วเดี๋ยวเรียนให้เองแหละน่า ไอ้บริหารอะไรนั่นน่ะ"
.
.
ซึงฮยอนแปลกใจที่จู่ๆไอ้ตัวดีก็เดินกลับมาไม่บอกไม่กล่าวแล้วกอดคอเขาจากด้านหลังพร้อมซุกหน้าไว้กับไหล่เขาแบบนี้
"เป็นอะไรเนี่ย พ่อส่งพลังดาวแม่มาเพิ่มรึไง" หัวเราะเบาๆ ที่เห็นจียงยังคงนิ่งอยู่ในท่านี้ ยกมือยีผมคนตรงไหล่ตัวเองเบาๆ เขาไม่กลัวคนอื่นเห็น แต่ก็แปลกใจว่าจียงก็ไม่กลัวเหมือนกันเหรอ คนอย่างมันเนี่ยนะ
"เซ็ง"
"พ่อมึงมาง้อแล้วอะดิ"
"เออมั้ง" จียงเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนที่อยู่ใกล้ชิดกันตอนนี้ ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วรีบผละออกไปหน้าตาเฉย ป...ปัญญาอ่อนสิ้นดีไอ้เปี๊ยกนี่ มันละเมอหรือละเมอวะเนี่ย เป็นคนขี้อ้อนที่ขี้เก๊กที่สุดเท่าที่ซึงฮยอนเคยเห็นมา มันชอบให้คนโอ๋ ให้คนเอาใจ แต่ก็เงี้ยแหละ ไม่ย๊อมไม่ยอมจะแสดงออกหรอกว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้น ชอบเหลือเกินที่จะทำให้ตัวเองดูแข็งกร้าว
"พ่อกูให้เงินกูด้วยแหละ"
"โอ้ ดีใจด้วย มึงมีเงินช็อปแล้วดิ ดี ไม่ต้องหางานทำแล้วนะ" ถึงพ่อมันไม่ให้ ซึงฮยอนก็ไม่ยอมให้มันทำงานหรอก ก็บอกแล้วว่าเงินเขาเป็นมีกระบุงวุ้ย เออ เงินพ่อแม่เขาน่ะแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วจะทำไม
"ก็คงงั้น แต่กูมีงานค้างอยู่งานนึง แม่งไม่มีเวลาวาดซะที"
"งั้นโดดภาคเช้าไปนั่งสวนกันปะ แม่งสายขนาดนี้ไม่ต้องเข้าเรียนละ มึงก็วาดรูปไป เดี๋ยวกูนอน"
เป็นเรื่องปกติที่ซึงฮยอนจะชวนเพื่อนๆหรือทุกคนในชีวิตมันโดดเรียนไปเรื่อย แต่เป็นครั้งแรกที่นักเรียนทุนอย่างควอนจียงจะยิ้มกว้างให้กับคำชวนที่ชั่วร้ายนี้แล้วตอบกลับมาแบบนี้
"เอาดิ"
จียงจะได้วาดรูปให้พี่ฮโยริตอนไอ้เทมป์มันหลับนี่แหละ
มันคงดีใจที่เขาเลือกที่จะวาดรูปมันนะว่าไหม
ปล. บางทีชีวิตเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้
TBC.
Author's Note: อีกสักรอบ
- เรื่องนี้จะรวมเล่มช่วงงานไก้ KFC ประมาณสิงหานะค๊า (เอ็นจริงป่าวเนี่ยกู T_T ) แหม ก็คลายเครียดมาแต่งฟิคไงตัวเอง ไม่ต้องห่วงๆๆๆๆๆ ไม่ติดก็พ่อขุนช่วยได้ T_____T
- ขอให้แต่งจบ ขอให้แต่งจบ ขอให้แต่งจบ ขอให้เอ็นติด....
- จุ้บๆๆๆๆ มุ้บๆๆๆๆ



)
คุณพ่อที่จริงก็รักจียงแหละ (ต้องรักสิ) แต่อารมณ์แบบ ลูกก็ซึน พ่อก็ซึน
พี่ชอบเรื่องนี้อย่างนึงตรงคำพูดระหว่างเทมป์กับจีนี่แหละ มันเป็นธรรมชาติดี
แต่ว่า .......... พี่ขาดแคลนน้ำตาลอะ ......
#1 By R.U.K.A on 2009-06-20 22:12