[EP.2] GF : No, it isn't.
posted on 19 Sep 2009 14:17 by pphelpz-bbfic in SF
Title: No, it isn't
Status : Short Fiction , AU
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
note : ตอนต่อของ [SF] Is this the end? คับ...
เป็นฟิคที่ไม่มีวันจบจริงๆ TwT
.
..
.
.
.......เบื่อ
น่าเบื่อนะว่ามั้ย
เวลาเผชิญหน้ากับ....แฟนเก่า
"เจ้าของงานอะ"
"ก็สายอะดิ มึงไม่น่าถาม"
จียงเบ้หน้าให้กับคำพูดทงยองเบ เพราะวันนี้วันเกิดพี่เบคกี้ รุ่นพี่ที่เคยเป็นเจ้าของผับเจ้าประจำของกลุ่มเขาสมัยเรียน พวกเขาเลยกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ผับแห่งหนึ่ง จริงๆแล้วก็เจอกันเป็นปกตินั่นแหละ แต่จียงรวมไปถึงพวกพี่เบคกี้กับพี่เท็ดดี้ด้วยต่างหาก
"งี้ทีหลังนัดกูเลทสักสองชั่วโมงนะ แม่ง กูก็รีบโดดงานบึ่งมาเลย โดนพ่อด่าแน่"
"ถ้ามึงเต็มใจโดดก็ไม่ต้องมาพูดหรอกไอ้เทมป์"
'ไอ้เทมป์' ไหวไหล่อย่างกวนประสาท....เขาไม่ได้หันไปมอง แต่มันเป็นความรู้สึกลางๆระหว่างคนที่นั่งข้างกัน ไม่ได้อยากจะนั่งติดกันแต่มันบังเอิญ ไม่ได้อยากจะมาพร้อมกันแต่มันก็บังเอิญอีกที่เจอกันหน้าร้าน น่ารำคาญที่ต้องสบตากับคนที่... ไม่ดี
เราเลิกกันมา เดือนนึงเห็นจะได้
เดือนนึงที่พยายามอยู่ให้ห่างมากที่สุด แต่ก็ทำได้ยากในเมื่อไอ้คน'ไม่ดี' ชอบแวะไปหาที่ร้านของเขาอย่างไร้เหตุผล ไม่ก็โทรมาถามว่า 'มึงเป็นไงบ้าง' หรือจำพวก 'ดูหนังกันเปล่า' เขา...ไม่เคยตอบคำถามเหล่านั้นหรือแม้แต่จะพูดด้วย
สิ่งที่จียงสงสัยมากที่สุดคือ มันต้องการอะไร
คำว่าแฟนกับเพื่อนมันไม่ใช่สมดุลเคมีที่จะเด้งกลับไปกลับมาได้นะ
"เออ ไอ้จี เมื่อวานกูเห็นพนักงานบริษัทกูใส่สูทของมึงด้วยอะ ฮ่าๆๆ แม่งเพื่อนกูดังใหญ่ละ" เสียงทุ้มใหญ่ที่คุ้นหูจนไม่อยากจะนึกถึงดังขึ้นมาข้างๆพร้อมกับหัวเราะร่า จียงไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้า
"......."
"......."
"นี่กูว่าพี่เบคกี้เกิดผิดเวลาแล้วแหละ มาเกิดเอาช่วงนี้ซะได้ พวกมึง...เข้าหน้ากันไม่ติดเหรอวะ" จะถามตรงประเด็นไปไหนไอ้ยองเบ จียงไม่ตอบแถมจิ๊ปากอย่างขัดใจขณะที่อีกคนก็เงียบเช่นกัน เขาตัดสินใจลุกขึ้นยืน
"เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าจะกลับบ้าน ไม่เอาหน่า งอแงเป็นเด็กไปได้ ไหนๆก็มาแล้ว" ไม่รู้ว่าเพราะซึงฮยอนเป็นคนคิดน้อย หรือเป็นคนไม่คิดอะไร หรือจะอะไรก็เหอะ แต่ทำไมหมอนี่ถึงได้พูดจาแบบนี้กับเขาได้นะ จียงเลือกที่จะตอบไปเสียงห้วน
"ไปขี้"
กวน....ทั้งไม่สนใจคำพูดของซึงฮยอนจนคนพูดใจเสีย แถมยังเดินตรงไปที่ห้องน้ำหน้าตาเฉย อะไรกัน อย่างน้อยๆน่าจะหันมาเหวี่ยงใส่บ้างสักคำสองคำ หันมามองหน้ากันบ้าง ซึงฮยอนเริ่มหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าอีกคนก็จงใจกวนประสาทเขาโดยไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้า ไม่สบตา แล้วทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศแบบนี้
เขา อยากเห็นหน้า
ให้ชัดๆ
บ้าง แค่นั้นแหละ
โคตร
คิดถึง
"กูนึกว่าพวกมึงจะคืนดีกัน ไม่ดิ กูนึกว่าพวกมึงคืนดีกันแล้ว เห็นมาพร้อมกัน"
"ดีเชี่ยไรล่ะ ดูน้ำหน้ากูดิ๊ แล้วดูไอ้จี มันคงยอมอะ"
"หมายความว่ามึงง้อแล้วงั้นดิ?"
".......เปล่า"
ยองเบอยากกระโดดยอดหน้าเพื่อนรักสักทีจะเป็นไรมั้ย แล้วทำมาเป็นพูดเหมือนไอ้จีเป็นฝ่ายเล่นตัว ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ เป็นคนบอกเลิกแท้ๆ ถ้าอยากคืนดีก็ต้องเป็นฝ่ายง้อถึงจะถูก แต่พูดถึงนิสัยของเพื่อนเขาอีกคนนึง ควอนจียง เดาใจมันยากว่าจะยอมกลับมาคบมั้ย อย่างน้อยนิยามข้อแรกของมันก็คือ 'หยิ่ง' นั่นแหละ
"มึงไม่รักมันแล้วเหรอวะ"
ฟังดูน้ำเน่า แต่ยองเบขี้เกียจคิดคำพูดที่ดีกว่านี้ เพราะอยากจะรู้คำตอบของคำถามนี้แค่นั้น
"โห ถามยังกะเป็นวู้ดดี้....กูเนี่ยนะไม่รักมัน รักดิ ยังไงดี...ไม่รู้ว่ะ กูรักมันมาแปดปี มึงว่าตอนนี้กูจะเลิกรักมันได้มั้ยล่ะ มันเกินคำว่ารักไปนานแล้วแม่ง เอาคำว่าไรดี รักโคตรโคตร ดีมะ"
ใบหน้าคมเรียบนิ่งอย่างที่ยองเบรู้ว่าซึงฮยอนกำลังสงบสติอารมณ์อะไรบางอย่าง มือใหญ่คีบน้ำแข็งใส่แก้วช้าๆ ค่อยๆรินเหล้า กรอกเข้าปาก แล้วก็จะได้เมา บางทีก็ดี ซึงฮยอนได้ยินเสียงถอนหายใจของเพื่อนข้างๆ รู้อยู่ว่ามันเป็นห่วง แต่จะให้ทำไงได้
"อยากกลับไปคบมึงก็ง้อดิ ไอ้จีเห็นมันเป็นงั้นแต่มันก็ใจอ่อนนะ...กับมึงอะ"
"กูไม่ได้อยากกลับไปคบเลยนะ"
"อ้าวเชี่ย!"
"กูแค่รัก... ไม่ได้เหรอวะ"
เออ เจอคำพูดนี้ยองเบไปต่อไม่ถูกเลยแฮะ แค่รักไม่ได้เหรอ ทำไมต้องคบกัน อย่างนั้นใช่มั้ย บางทีก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสมองทึบของเขาจะคิดอะไรแบบนี้ได้ มันดูเซนซิทีฟเกินไป
"ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นกูนะ แค่รัก ไม่ทำให้มึงได้กอด ได้จูบ กับมัน" แค่โดนตัว ไอ้จีจะยอมรึเปล่าเหอะ
"ว้าก!! มึงหยุดพูดเลยนะ! กู! ข่มใจนานมาก! อยากกอดจะตายห่า! นั่งข้างกันแต่กอดไม่ได้อะมึงคิดดู"
"กลับไปคบเหอะมึงเอ๊ย..." เขาไม่ค่อยชอบเห็นเวลาไอ้จีเศร้า เงียบ เงียบยิ่งกว่าปกติ เงียบจนน่ากลัวว่ามันจะคิดสั้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่ชอบเห็นเพื่อนที่รั่วตลอดเวลาอย่างไอ้เทมป์ทำหน้าเอาจริงเอาจังด้วย อาจจะเหมาะกับหน้าตามัน แต่ไม่ค่อยชินเท่าไหร่
"......." คิ้วหนาขมวดเป็นปม ตาคมมองไปทางห้องน้ำที่มีใครบางคนหายเข้าไป กลับไปคบงั้นเหรอ กลับไปกอดกัน จูบกันได้ บอกรักกันได้ คุยกันได้ สบตากันได้ โอ้โห ดูท่าจะเป็นมีความสุขแฮะ "....ไม่ล่ะ"
.
.
.
จียงนั่งเฉยๆ บนพื้นห้องน้ำแคบๆ มาสักพักนึงแล้ว ประเด็นหลักๆเลยคือไม่มีแรงลุกขึ้นยืนแฮะ นี่ถ้าเขาสูบบุหรี่เป็นคงหมดไปสักสองสามมวล ชักจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาคนเราเครียดๆต้องนั่งสูบบุหรี่ บางทีมันเป็นการฆ่าเวลาได้ดีกว่าการนั่งเฉยๆ จมปรักกับอะไรบางอย่างเหมือนที่เขาเป็นตอนนี้
เสียงเพลงที่ดังลอดมาในห้องน้ำจู่ๆ ก็เงียบลง เสียงคุยกันของคนที่มาเข้าห้องน้ำก็เงียบลงอย่างผิดสังเกต มันเงียบลงตั้งแต่มีเสียง 'ปัง' ดังขึ้นมาเบาๆ
ใครปิดประตูห้องน้ำใหญ่วะ
เขายันตัวขึ้นมายืนก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูปลดล็อค พลันนั้นเองที่มีแรงบิดสวนมาจากฝั่งข้างนอกก่อนจะเปิดประตูเข้ามาอย่างแรง จียงไม่ทันที่จะตกใจเลยว่าแรงนั้นมาจากไหน ก็ต้องตกใจกับไอ้คนที่โผล่พรวดเข้ามาในห้องน้ำแคบๆ ไม่เกินเมตรคูณเมตรครึ่งนี่ เขาเผลอปล่อยมือจากประตู ถอยไปชิดผนัง
ซึงฮยอนปิดประตูกลับที่เดิม แล้วก็กดล็อคมันเรียบร้อย
ซึงฮยอน ชเวซึงฮยอน
ไอ้เทมป์
"....ทำอะไรน่ะ" ยังเลือกไม่ถูกแฮะว่าจะใช้สรรพนามอะไรดี 'นาย'หรือ'มึง' ว่าแต่'คุณ'ก็โอเคไปอีกแบบนะ
"ขี้อะไรโคตรนาน อย่ามาโกหกหน่อยเลย"
"ฉันถามว่านายทำอะไร"
มันหลุดปากออกไปเองแฮะ ไอ้ ฉัน กับ นาย เนี่ย
"มาหาจียงไง"
"........."
จะพูดอะไรต่อไปดี ห้องก็แคบพออยู่แล้ว ไอ้บ้านี่ตัวก็เล็กซะด้วยเดินมาก้าวเดียวก็ตัวชิดกันซะแล้ว ตอนนี้ เขากำลังทำหน้ายังไงออกไปนะ ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่ที่มือใหญ่ทั้งสองข้างลูบหน้าลูบคอแล้ว....กอดเขาเหมือนตอนนี้
"ปล่อย" จียงไม่รู้ว่าซึงฮยอนต้องการอะไร และไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไร
"พูดกับฉันดีๆ สักคำได้มั้ย"
พูดดีๆ งั้นเหรอ
"ปล่อยฉันเถอะ"
"จียงอา.....คิดถึงนี่นา"
"คิดถึงงั้นเหรอ เราเป็นอะไรกันล่ะ..."
แฟนเก่าไง ซึงฮยอนตอบคำถามนี้ในใจ ฟังดูงี่เง่าๆ จียงผอมลงจนน่าใจหาย เขาไม่รู้ว่าจียงเจ็บขนาดไหน แต่แค่ตัวเขาตอนนี้มันเจ็บเกินบรรยายแล้วที่ต้องมายืนกอดกับแฟนเก่า เขารู้ดีว่าร่างกายเขาขาดจียงไม่ได้ เข้าใจใช่มั้ย บางที ขอแค่ให้มันได้สัมผัสกันบ้าง ขอให้ได้กอดกันบ้าง
"จียง เป็นไงบ้าง...."
"อยากรู้จริงเหรอ"
"อือ..."
"ออกซิเจนที่ฉันใช้หายใจอยู่มาตลอดหนึ่งเดือนมันเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงไปในปอด ในใจ ในตับไตไส้พุงทุกวัน"
"......."
"นายคิดว่าฉันอยากหายใจมั้ยล่ะ..."
"ฉันช่วยอะไรนายได้บ้าง"
"ไปไกลๆฉัน" ยิ่งไล่ แรงจากท่อนแขนก็ยิ่งรัดตัวเขาแรงขึ้น จียงปวดหัว เหนื่อยที่จะยืน จะให้เขาทำยังไง กอดตอบรึไง "ซึงฮยอน นายต้องการอะไร"
"ใครคือซึงฮยอน ฉันชื่อเทมป์ต่างหาก"
"ฉันถามว่านายต้องการอะไร!!"
เป็นแรงแค่นิดเดียวที่ผลักอกซึงฮยอนออกมา เสียงสูงที่ตะโกนลั่นมันดังก้องในห้องน้ำไปทั่ว จียงเป็นคนแข็งกร้าว ทั้งนิสัยและแววตา เหมือนตอนนี้
"ที่นายกอดฉัน นายต้องการอะไร จะมาง้อ ขอคืนดี หรือแค่อยากกอดเฉยๆ"
"........" ดูเหมือนจะเป็นอันหลังนะ สำหรับเขาในตอนนี้
"จะเห็นแก่ตัวไปถึงไหน"
จียงเป็นคนพูดตรง แต่บางทีมันก็ตรงซะจนเขาจุกเลยแฮะ
"ฉันจะไม่บอกว่ามันเป็นการให้ความหวังหรอก เรื่องแบบนั้น แต่ที่แน่ๆคือฉันเจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ มันยิ่งกว่าเอาสายไฟพันโวลล์มารัดตัวแล้วช็อตฉันซะอีก ไอ้อ้อมกอดของนาย"
"ฉันกอดเพราะอยากกอด และฉันก็รู้ว่านายอยากให้ฉันกอด เรายังรักกัน นายก็รู้นี่หว่า"
"หลงตัวเองเกินไปหน่อยแล้วชเวซึงฮยอน หลบไป ฉันจะออกไปข้างนอก"
"เรายังรักกัน ฉันไม่ได้หลงตัวเอง!"
ซึงฮยอนตอนนี้เหมือนเด็ก 3 ขวบที่เอาแต่ใจและคิดว่าตัวเองถูกต้องตลอดเวลา แล้วจียงตอนนี้ก็เป็นจำพวกเกลียดเด็กแบบนี้ ร่างโปร่งพ่นลมหายใจเฮือก เพราะผมสีบลอนด์ที่ยาวลงมาเกือบถึงตา ซึงฮยอนอาจจะไม่ทันเห็นขอบตาที่แดงก่ำ
"เออ ฉันยังรักนาย แล้วไงต่อ"
"........"
"ถ้าไม่มีอะไรต่อก็พอแค่นี้"
มือเรียวออกแรงผลักคนที่ยืนขวางประตูออกก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไป ต่างคนต่างไร้เรี่ยวแรง ซึงฮยอนถึงได้เซถลาไปถามแรงผลักนั้นด้วย อ่า จียงยังรักเขาอยู่ เป็นคำพูดที่ซึงฮยอนรู้อยู่แล้ว แล้วไงต่อ...
"จียง..."
"......" จียงเหนื่อยใจเต็มที เขาไม่ได้ขานรับตอบไป แต่ยืนพิงประตูห้องน้ำอยู่ฟังคำพูดจากอีกคนเงียบๆ
"นายโกรธอะไรฉันกันแน่ ทั้งที่เรายังรักกัน ไม่เห็นต่างไปจากเดิมซะหน่อย แค่เราไม่ได้คบกันแค่นั้นเอง กลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ พูดจากับฉันดีๆ อย่าทำตัวแบบนี้ อย่าเมินกัน ฉันปวดใจว่ะ"
"ฉันโกรธที่นายไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวยังไงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว"
"ฉันรู้น่า!"
"ถ้ารู้ก็น่าจะเข้าใจว่าฉันกำลังจะตาย..."
จียงเคยได้ยินมาว่า บางทีถ้าคนเราคิดอะไรไม่เหมือนกัน ก็อย่าใช้ชีวิตด้วยกันจะดีกว่า
.
.
.
"นี่พวกมึงที่แอบช่วยกันในส้วมรึไงเนี่ย รอกลับไปทำที่บ้านก็ได้นะทีหลัง"
คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด ปากพี่เบคกี้ยังวอนหาเรื่องเหมือนเดิม ตอนที่จียงกับซึงฮยอนเดินกลับมานั่งที่เดิม ไม่มีคำพูดขำๆ ตอบกลับไปอย่างทุกที มีเพียงจียงที่นั่งนิ่งก้มหน้าเล่นมือถือในมือ กับซึงฮยอนที่กระดกแก้วเหล้าเข้าปาก
"เป็นห่าไรกันอีกอะ ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอวะ" หันไปถามยองเบที่น่าจะรู้ดีที่สุด การพยักหน้าเบาๆที่ตอบกลับมาทำเอาเท็ดดี้เป่าปากอย่างกวนประสาท
"เลิกเหอะจียง ผู้ชายเชี่ยๆอย่างไอ้เทมป์ มาคบพี่เห๊อะ เชื่อดิ ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม!"
"เฮ้ย!!"
เสียงทุ้มร้องขึ้นมาตอนที่พี่เท็ดดี้เอื้อมมือมาจับไหล่จียง จนคนเป็นรุ่นพี่ชักมือออกแทบไม่ทัน ท่ามกลางความสับสนของใครหลายคน
"โหยมึงนี่จะหวงไปไหน กูรู้น่า แกล้งเล่นเฉยๆ อย่าดุดิ เค้ากลัวนะ~"
ซึงฮยอนไม่เข้าใจว่าเขาจะร้องแบบนั้นไปทำไม มันเป็นไปเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองอย่างคิดไม่ตกในตอนที่จียงปราดตามามองแค่แว่บเดียวก่อนจะหันไปสนใจมือถือในมือต่อ เกมส์ปัญญาอ่อนไม่เห็นจะช่วยอะไรได้
"แล้วมาทะเลาะกันทำห่าไรตอนวันเกิดกูเนี่ย งานกร่อยหมด ดีกันไว้ๆๆ เอ้าแดกๆๆๆกันอย่าให้เหลือ ไอ้เท็ดเลี้ยงๆๆๆ"
"อ้าว ขี้เลยเพื่อน ไม่เกี่ยวกับกูเลยเนี่ย!!"
"แหม วันเกิดกูทั้งที เลี้ยงๆไปอย่าพูดมาก เออ แล้วไอ้แดซองกับซึงริไม่มาเหรอวะเนี่ย ว่าไงไอ้จี เด็กมึงทั้งคู่นี่"
"ไม่รู้...พี่ ฉันกลับก่อนนะ ที่ร้านไม่มีคนอยู่" ไม่รอคำอนุญาต ควอนจียงก็ลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าขึ้นมา ท่ามกลางเสียงโวยวายของเจ้าของงาน
"ได้ไง!! กูเพิ่งมามึงจะกลับแล้วอะ ไรเนี่ย ยังไม่ได้เมากันเลย! ห้ามกลับนะไอ้จี!"
"บาย"
"เฮ้ย อยู่คุยกันก่อนดิจะรีบไปไหน" ทั้งที่รู้ดีกว่าเด็กคนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่อยากปล่อยไป จริงๆจียงก็ไม่ใช่เด็กแล้ว แต่สำหรับพวกเขามันก็ยังเป็นเด็กที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังอยากได้กระเป๋าหลุยส์อยู่เลย จียงไม่สนใจคำรั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินตรงไปที่ประตูร้าน
"มีไรโทรหากูนะเว้ย" ยองเบยกกำปั้นขึ้น แววตาเป็นห่วงฉายจนชัดเจน จียงแค่ส่งเสียงอือออไปพร้อมกับชนกำปั้นกลับไปเบาๆ
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรที่ซึงฮยอนจะคว้าข้อมือจียงไว้พร้อมกับพูดว่า "เดี๋ยวไปส่ง"
.
.
.
"ฉันกลับเองได้"
"เงียบไปเลย"
"...โธ่เว้ย!!"
กำปั้นผอมๆ ทุบลงคอนโซลหน้ารถอย่างหงุดหงิด จียงไม่ใช่คนที่ใครจะมาบังคับได้ แม้กระทั่งซึงฮยอน แต่ไม่ใช่ตอนที่ซึงฮยอนใช้กำลังกับเขาแบบนี้ ข้อมือทั้งสองข้างยังเป็นรอยแดงจากการกระชากลากถูของคนขับรถให้เขาขึ้นมานั่งตรงนี้ อาจจะฟังดูเหมือนละครหลังข่าวถ้าเขาจะพูดว่ามันทำให้ภาพเก่าๆ กลับมา เขาเคยเป็นเจ้าของที่ตรงนี้โดยสมบูรณ์ เขาเคยเป็น
"คุยกันดีๆได้มั้ย" แทนที่ซึงฮยอนจะขับรถไปไหนสักแห่ง อาจจะเป็นบ้านเขา ร้านเสื้อผ้าของเขา หรือที่ไหนก็เหอะ แต่หมอนั่นกลับเลือกที่จะหันมาถามคำถามนั้นกลับเขา จียงตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิด
"ไม่ได้"
"จะอะไรนักหนา นายกำลังทำให้ฉันหงุดหงิดนะจียง"
"เออ"
เสียงจึ๊ปากดังมาจากคนข้างๆ จียงพูดไม่ถูกว่าเขารู้สึกยังไง เขากำลังรู้สึกว่า 'ถูกรำคาญ' แล้วมันก็รู้สึกแย่มาก "ไปกินข้าวกัน นายไม่กินข้าวมากี่วันแล้วนะ"
"ถ้าไม่เปิดประตูรถตอนนี้ก็ไปส่งฉันที่ร้าน ฉันให้นายได้แค่นี้"
"ไปกินข้าว"
"นายไม่มีสิทธิ์มาชวนฉันทำเรื่องแบบนั้น!"
"งั้นฉันมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง"
"ไม่มีสักอย่าง"
ซึงฮยอนกำลังหงุดหงิด ขนาดแค่ริมฝีปากประกบลงมาหากันแบบนี้จียงก็รู้สึกได้ จะให้เขาทำยังไงดี ผลักออก? จูบตอบ? ไม่ล่ะ...จียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้อีกคนถอนปากออกไปตอนที่น้ำตาเขาหยดเผาะไปโดนแก้มหมอนั่นพอดี
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างถ้าฉันอยากจะมี นายก็รู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปบี"
.
.
.
"กินมาม่ามั้ย"
"ไม่ล่ะ จะนอน"
"กินเถอะน่า ห้ามนอนนะ!"
จียงทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาซะแล้ว ซึงฮยอนเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับมาม่าคัพในมือที่ยังไม่แกะ เขาอยากจะยิ้มที่เห็นจียงนอนอยู่ที่เดิม ท่าเดิม กับคำพูดดื้อดึงเดิมๆว่า'ไม่กิน จะนอน' แต่มันก็ยิ้มออกมาไม่ได้ดีเท่าไหร่ เมื่อกี้ จียงเพิ่งหยุดร้องไห้เมื่อกี้นี้เอง ...เขาแกล้งหมอนี่เองแหละ เฮ้ย แต่จริงๆยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่เอาแต่ใจนิดเดียวเอง
"นี่.. ไปนอนในห้องมั้ย อาบน้ำรึเปล่า เสื้อผ้านายยังอยู่ในตู้ฉันสองสามชุดมั้ง"
หัวทุยๆสั่นไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ โอเค จะไม่บังคับก็ได้ แค่จียงยอมเดินขึ้นมาถึงคอนโดเขาก็คงฝืนใจหมอนี่เต็มทีแล้ว ผมสีบลอนด์ยาวปิดหน้าจนไม่เห็นว่าจียงหลับอยู่จริงรึเปล่า จียงผอมอยู่แล้ว แต่ดูผอมลงไปอีกในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เขาจับข้อมือจียงขึ้นมา ถอดนาฬิกาและกำไลข้อมือออก ไม่มีแรงขัดขืนใดๆ ที่ตอบกลับมา
"ฉันรู้ว่านายยังไม่หลับ"
".........."
ซึงฮยอนค่อยๆนั่งลงที่พื้นข้างๆโซฟาอย่างเงียบเชียบ ตาคมยังจับจ้องไปที่ใบหน้าที่มีผมสีบลอนด์ปิดอยู่สักเจ็ดสิบเปอร์เซนเห็นจะได้ ที่จียงหน้าซีดขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะผมสีนี้ก็ได้
"ฉันรู้ว่านายไม่เข้าใจว่าฉันต้องการอะไร"
"........."
"เพราะฉันยังไม่เข้าใจตัวเองเลย... นี่ จียงอา ฉันขาดนายไม่ได้หรอกนะ" ซึงฮยอนซบหน้าลงกับแขน นิ้วเรียวเลื่อนไปกุมมือของอีกคนอย่างลืมตัว
"........"
"ไม่ล่ะ เราขาดกันไม่ได้ต่างหาก มีแค่เรื่องนี้ที่ฉันรู้"
"เงียบซะทีน่า....จะนอน"
"......."
กดจูบลงไปที่ริมฝีปากอีกคนเบาๆ แล้วถอนออกมา คำพูดว่าฝันดีลอยเคว้งคว้างที่ข้างหู
.
.
.
.
สัมผัสอุ่นๆที่มือค่อยๆหายไป ก่อนที่ร่างกายจะอุ่นลงเพราะผ้านวมผืนโต จียงดิ้นไปมาเบาๆ มุดหน้าลงไปใต้ผ้าห่ม ขอแค่อย่างเดียว ตอนนี้ เจ้าของห้องอย่าได้เห็นน้ำตาของเขาอีกเลยนะ
เขายังเจ็บใจทุกครั้งที่คิดว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นแฟนกัน มันทั้งเป็นความเจ็บใจ ไม่เข้าใจและสับสนงุงงง.. ว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ จะไม่ถามคำถามที่ว่า 'มาทำดีด้วยทำไม' รู้ว่าอีกคนก็จะตอบว่า 'เพราะรัก' จะไม่ถามว่า 'รักแล้วทำไมเราอยู่ด้วยกันไม่ได้' เพราะไม่อยากฟังคำตอบ
ทั้งที่ปกติเป็นคนแข็งกร้าว... แข็งกร้าวมาตลอดแท้ๆ
ผ้านวมสีเบจสั่นไหวเบาๆไปตลอดทั้งคืน
.
.
.
"แล้วนี่นายไม่เข้าร้านเหรอ"
"........" จะว่ามันกวนประสาทหรืออะไรดี จียงเดินออกมาจากห้องน้ำตอนที่ซึงฮยอนกำลังแต่งตัวไปบริษัท เขาถาม แต่หมอนั่นก็ไม่ตอบ น่าหงุดหงิดอีกแล้ว จียงเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างถือวิสาสะ แล้วก็ต้องเบ้หน้าที่ตู้เสื้อผ้าเก่าของตัวเองก็ยังมีแต่ไม้แขวนเสื้อที่แขนอยู่ "เสื้อผ้า..."
"ในตู้ฉัน ขวาสุด"
"......."
"พูดกันดีๆไม่ทำให้พิกุลร่วงหมดปากหรอกน่า"
ซึงฮยอนกระชากเนคไทอย่างหงุดหงิด ให้ตาย...ผูกยังไงก็ไม่สวย ไม่ใส่มันแล้ว เขวี้ยงทิ้งไปแถวพื้นห้องก่อนจะเดินปึงปังออกไปข้างนอก และน่าจะเป็นในครัว จียงปรายตามองตามไปอย่างไม่ได้พูดอะไร เป็นเสื้อยืดกับกางเกงสกินนี่สีดำธรรมดาที่เหลืออยู่ในตู้นี้ เขาใส่มันช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบเนคไท
"ฉันรู้ว่านายจะตอบยังไง แต่ถามหน่อยก็ได้ เอาขนมปังซะคู่มั้ย?" คำตอบก็ต้องเป็นไม่อยู่แล้ว ซึงฮยอนไม่อยากฟังคำปฏิเสธความหวังดีของเขาซ้ำๆซากๆจากแฟนเก่า
"ก็ดี..."
"........." ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ
"ถ้ามีนมให้ฉันสักแก้ว จะดีมาก"
"ในตู้เย็น... คงมีอยู่" ซึงฮยอนยังแปลกใจไม่หายกับท่าทีที่เปลี่ยนไป หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้นมาซะเฉยๆ ขณะที่กำลังปิ้งขนมปัง ยังไงดี ตื่นเต้นเหรอ ตื่นเต้นเรื่องอะไร เรื่องที่จียงพูดดีด้วย ใช่ แค่นี้แหละที่เรียกว่าพูดดีของควอนจียง หรือ...กำลังมีความหวัง
"ฉันขอกาแฟนะ" คนพูดยิ้มเป็นครั้งแรกของวัน ตอนที่จียงเริ่มทำหน้าเหวี่ยงใส่ขณะที่ตัวเองกำลังเทนมใส่แก้ว
ถ้าเป็นปกติ จียงชอบบอกว่า 'กินนมไปเหอะ ฉันขี้เกียจ'
"กินนมได้มะ ฉันขี้เกียจ..."
ขอบคุณพระเจ้า
"ยังไงก็ได้ถ้าจียงทำ"
"......"
ถ้าเป็นปกติ เงียบแปลว่าหมอนี่เขิน แต่ไม่รู้เหมือนกันสำหรับตอนนี้... เพิ่งเห็นว่าข้างๆแก้วนมมีเนคไทวางอยู่ ไอ้เนคไทที่เขาปาทิ้งไปเมื่อกี้กำลังอยู่ในสภาพที่ดูดี เขาอยากจะยิ้มขึ้นมาอีกรอบ ก็จะเป็นใครไปได้ จียงผูกให้น่ะสิ
ความสุข มันเป็นยังไงนะ รู้สึกว่าจะห่างๆกับมันมาเป็นเดือนๆ
ถ้าคำตอบคือ 'ความสุขคือการที่เราไม่เจ็บเหมือนเมื่อก่อน'
ตอนนี้เขากำลังมีความสุข
เคยได้ยินมั้ยว่า ฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม อยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง
.
.
.
"จียง คบกันนะ....อีกสักครั้ง"
Fin or TBC?
ไม่รู้ *เอาปืนยิงตัวเอง*
อาจจะมีต่อก็ได้ อาจจะมีภาค 2 เลยก็ได้ (คือกรูบ้าไปแล้ว TwT)
เราไม่อยากต่อ เพราะถ้าต่อ ทุกคนต้องรู้แน่ว่าจียงจะตอบว่าอะไร 5555555+
เคยตามใจคนอ่านม้ายยยย ไม่เค๊ยยยยยยยยยยยยย
ถึงจะมีฟิคพี่นามาต่อแล้ว แต่ก็เอาวะ ขอแต่งต่อ อยากอะ TwT
ชอบคาแรกเตอร์เรื่องนี้ แต่งแล้วสนุกดี! พยายามแต่งให้เป็น SF ไปด้วย
แต่ไม่สำเร็จ แต่ก็เอาเหอะ จะขึ้นว่า SF อะจะทำไม -_-''
ปล.เฮ้อ จะมีต่อมั้ยวะเนี่ย ยังตัดสินใจอยู่
ปลล.ขอความรักเช่นเคยคับ *โค้ง*
ปลลล.ใครยังไม่ได้ฟิคบอกนะ!



)
(*วิ่งไปกระชากปืนมายิงซ้ำ*)
ค้างตัวใหญ่ๆ แดงๆ แวบๆ เลยเห๊อะแก๊!!!
เฮ้ย คือฉํนก็มนุษย์กรุ๊ปบีแต่ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจอีเท๊มมันเลยว่ะ
ความมีเหตุผลมันหายไปไหนหมดแล้ว ทำแบบนี้ไม่คิดเลยอ่ะว่าอีกคนจะคิดยังไง นี่แกแึคร์แฟนเก่าแกจริงรึป่าวเนี่ย? (-*-)
ถึงแม้มันจะเออ โอเค จียงมันยังรู้สึกดีๆด้วย มันรักกันมาแปดปีจนขาดกันไม่ได้ก็เถอะ
แต่ความกล้าที่จะไปเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเค้านี่มันมาจากไหนวะ
อ่านแล้วหงุดหงิดอีเท๊ม มันเหมือนเด็กมากกว่าจียงอีก
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ถึงกลับมาคบกันอีกรอบ อะเกน แอน์ อะเกน
สุดท้ายมันจะไปกันรอดเรอะ = ______ =?
แอ๊ ไม่รู้ว่ะ เซนซิทีฟแปลกๆ กับการรักกันแบบนี้
ทำให้อยากจะให้อีจีทำอะไรซักอย่างให้เท๊มมันเจ็บจุกนอนตายคาความรู้สึกผิดซักที โฮวววววววววว
เม้นท์อะไรไปวะ เฮ่อ TT ^ TT
#1 By byul on 2009-09-19 14:46