[OS] Midnight in Seoul

posted on 21 Dec 2014 17:13 by pphelpz-bbfic in dog, Oneshot

Title:
 Midnight in Seoul
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon] 
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Inspirational quote : เล่นกับหมา หมาเลียปาก... 
 
Author's note : ไม่ได้อัพมาครึ่งปี ...แค่คิดถึงเวลาสองคนนี้คุยกันไปเรื่อยๆ ไร้สาระ 555
 
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 

“ถึงแล้ว ลงมาภายในสิบนาที ไม่งั้น”

 

มือถือซึงฮยอนสั่นครืดคราด ข้อความข่มขู่ทำให้เขาเร่งเก็บของบนโต๊ะอย่างอัตโนมัติ....เริ่มเพลียตัวเอง นี่เขาไม่ได้กลัวจียงจริงๆนะ แต่ถ้าทำให้มันหงุดหงิด เดทของเราวันนี้จะไม่สนุกอะดิ

 

จียงอุตส่าห์มาถึงหน้าออฟฟิศเขาเองเชียว....แม้ว่าจะไกลจากคอนโดแค่สองป้ายรถเมล์ก็เถอะ

 

 

เขาอดขำไม่ได้ที่เห็นคนบางคนใส่โค้ทตัวหนา ดึงฮู้ดคลุมหัว แถมยังใส่มาร์สปิดหน้าปิดตา จนเหมือนมัมมี่ เหมือนผู้ร้ายลักลอบเข้าเมือง ไม่เหลือเค้าเด็กหนุ่มผู้สนใจแฟชั่น...มันเคยบอกว่าอากาศหนาวขนาดนี้ขอแค่อุ่นก็พอ แฟชั่นน่ะเอาไว้ก่อน

 

ตาเรียวรีมองขวางทันทีที่เขาเดินไปหา

 

 

“13 นาที หิว หนาว...”

 

“ไม่ไปรอในตึกอะ”

 

“เมื่อกี้ที่เดินมาด้วยกันนี่รุ่นพี่ผู้หญิงที่เคยเต๊าะแกใช่มั้ย?”

 

“หึง”

 

“ย๊า!!”

 

จียงตะโกนจนควันออกปากอย่างกับมังกรพ่นไฟโคตรตลกเลย เขายกมือขึ้นพาดไหล่เจ้าตัวดึงพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง ที่ไหนก็ได้ที่อุ่นกว่านี้ 

 

“ใช่ หล่อนนั่นแหละ” จริงๆ ไม่ใช่อะ พูดไปงั้น

 

“ทำไมต้องเดินมาด้วยกันด้วยอะ?”

 

“ก็กลับพร้อมกันนิ เจอในลิฟต์” 

 

“ฉันไม่โอเคอะ”

 

 

‘ช่วงนี้ ฉันขี้หึงด้วย นายตายแน่’

 

 

ช่างเป็นความตายที่แสนสุขของซึงฮยอน

 

 

ใช่ จียงยอมย้ายมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งแล้ว ถึงจะดูเหมือนเป็นคนเอาแต่ใจ บ้าอำนาจ ชอบทำร้ายร่างกายเขา แต่ก็ยอมย้ายมาอยู่ด้วยตามคำขอ แรกๆก็ทำเป็นเล่นตัวอะนะ มาบอกว่าแค่ค้าง หนึ่งคืน สองคืน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยกลับไปบ้านนู้นละ

 

จียงถอดมาร์สออก จมูกแดงๆ นั่นทำให้เขาเป็นห่วง ยกสองมือขึ้นแนบแก้มอีกฝ่าย แต่ก็โดนสะบัดออกอย่างแรงจนใจแป้ว 

 

“มือเย็นกว่าน้ำแข็งอีก!!”

 

“อุตส่าห์จะโรแมนติก..”

 

“วันนี้คอสตูมไม่โอเค ไม่พร้อมจะทำเอ็มวีด้วยหรอกนะ”

 

ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเสื้อผ้าเลย จียงตอนนี้ดูเหมือนคิมบับที่เดินได้ ซึงฮยอนหยิบถุงร้อนออกมาจากกระเป๋า เขย่าแล้วแนบไปที่แก้มให้อีกรอบ 

 

โตจนป่านนี้แล้ว รู้ตัวว่าตัวเองขี้หนาว รู้ว่าทำยังไงถึงจะหายหนาว แต่ก็ไม่ยอมทำ และยังยืนตากลมอยู่ข้างนอกแบบนี้ รอให้เขามาดูแล 

 

เขารู้ว่ามันรอจริงๆ ไม่งั้นไม่อมยิ้มแบบนี้หรอก

 

 

“กินข้าวต้มกันเหอะ...อะไรก็ได้ร้อนๆอะ”

 

“กลับคอนโดต้มมาม่ามั้ย ก็ร้อนอยู่นะ ห้องอุ่นด้วย”

 

“….แกคิดว่าฉันฝ่าลมออกมาข้างนอก มายืนรอแกสิบห้านาที เพื่อที่จะได้ยินคำนี้เหรอ ชเวซึงฮยอน พูดอีกรอบนึงซิ”

 

“โอเค กินข้าวต้มกันเนาะ”

 

“ดี”

 

เราคบกันมาเข้าปีที่สี่แล้ว เขาก็ยังตามใจจียงจนเป็นอัตโนมัติ ยิ่งช่วงนี้มันรอผลป.โท เขายิ่งต้องตามใจ หมอนี่อาจจะฟุ้งซ่านสติแตกได้ง่ายๆถ้าขังมันไว้ในหอ เลยต้องหาเรื่องออกมาข้างนอกบ่อยๆ

 

“ซึงฮยอน....แกว่ามหาลัยที่นู่นจะรับฉันมั้ย” 

 

“รับดิ นี่ควอนจียงเชียวนะ” 

 

“‘งืม….”

 

ช่วงนี้จียงก็เครียดจิตตกฟุ้งซ่านงี้ล่ะ ต้องอยู่เป็นเพื่อนปลอบใจมันไปเรื่อยๆ มันถามซ้ำๆ ก็อย่าไปรำคาญ 

 

ซึงฮยอนกระชับไหล่คนข้างตัวดึงเข้ามาใกล้ กดริมฝีปากผ่านผ้าฮู้ดตัวหนาไปที่กลุ่มผม เขาอาจจะคว้าจียงมาจูบที่ปากไม่ได้เหมือนตอนเราอยู่หอ แต่เขาก็อยากกอดให้แน่นทุกทีเวลาเจ้าตัวคิดมาก

 

แขนเรียวยื่นมากอดรอบเอวเขาบ้างพลางทำเป็นเดินต่อไป ซึงฮยอนอยากจะหัวเราะดังๆ ถึงเขาจะเป็นห่วงจียงขนาดไหน แต่เวลามันเข้าโหมดจิตตกจนต้องมาอ้อนขนาดนี้เนี้ยก็หาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ เขาหัวเราะออกมาจนได้ จนอีกคนถึงขั้นมองขวางก็แล้วก็ยังไม่หยุด

 

อดไม่ได้ สุดท้ายก็ดึงเข้ามาจูบอีกทีที่หน้าผาก จียงไม่ว่าอะไรแถมยังกลั้นยิ้มอย่างพอใจ ซึงฮยอนล่ะชอบที่สุด... บางทีการได้เดทหลังทำงานมาเหนื่อยๆ ก็อาจไม่ใช่ไปดูหนังช็อปปิ้งเหมือนแต่ก่อน ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ดูแลกันแบบนี้ หาอะไรอร่อยๆ อุ่นๆ กิน แล้วก็กลับไปนอนกอดกันที่ห้อง

 

 

.

 

.

 

.

 

 

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ฟังดูจะมีชีวิตที่ดี๊ดีเกินไป...

 

 

 

ท่ามกลางไฟสลัว เวลาดึกดื่นวันศุกร์

 

ซึงฮยอนยังคงนั่งทำงาน

 

“ทำไมไม่ทำให้เสร็จตั้งแต่ที่ออฟฟิศวะ”

 

จียงถอดโค้ทออก เหลือแต่สเว็ตเตอร์นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง บอกแล้วไงเราควรจะได้นอนกอดกัน..เขาหมายถึงกอดกันเฉยๆ แต่ซึงฮยอนก้เซอร์ไพรซ์ด้วยการบอกว่าขอทำงานต่ออีกหน่อย

 

“ก็มีคนมารอนี่”

 

“งั้นทำพรุ่งนี้”

 

“วันนี้แหละ”

 

“….” 

 

จียงคว้าหมอนข้างมากอด ไม่พูดไรต่อ มองไปที่ซึงฮยอนที่นั่งหันหลังให้ตรงโต๊ะทำงาน เขาไม่ใช่แฟนที่งี่เง่าอยู่แล้ว จริงจริ๊ง แถมคนเอาการเอางานก็ดูดีกว่าพวกเอาแต่เล่นตั้งเยอะ....

 

เที่ยงคืนแล้ว แต่คนบนเตียงก็ยังจ้องแผ่นหลังเขาตาแป๋ว ต่อให้ไม่หันไปมองยังรู้เลย

 

“มองขนาดนั้นมานั่งตักกันเลยมา”

 

“เอากาแฟปะ” 

 

“โกโก้ก็ดี...”

 

เด็กขี้เกียจยอมลุกขึ้นไปชงโกโก้ให้เขาไม่งอแงสักแอะ ถือแก้วกลับมาสองใบ ยื่นให้เขาแก้วนึง ทิ้งตัวนั่งตักเขาอย่างที่ไปท้าทายมัน ดี...งานไม่เสร็จแน่

 

“รีบทำสิ จะดู”

 

“ดูอะไร เข้าใจเหรอ?”

 

“ก็เบื่ออะ”

 

“เป็นไรเนี่ย”

 

จียงยกแก้วโกโก้ขึ้นจิบ คิ้วเริ่มขมวด เขารู้เลยว่าอาการจิตตกกำลังจะมา ซึงฮยอนยอมปิดคอม เลิกทำงาน แล้วนั่งคุยกับจียงดีๆ 

 

“ซึงฮยอน....แกว่ามหาลัยที่นู่นจะรับฉันมั้ย” 

 

มันมาละ

 

“รับสิ ประวัติแกดีจะตาย...อย่ากังวลไปเลย” 

 

“‘งืม….”

 

ปกติบทสนทนาก็จะจบแค่นี้ แล้วเราก็จะคุยกันเรื่องอื่น จนกว่ามันจะจิตตกและถามใหม่

 

“…..” 

 

“ถ้าเค้ารับ ฉันก็ต้องไปอังกฤษหนึ่งปี เราก็ต้องห่างกัน แต่ไม่เป็นไรหรอกเนอะ...”

 

“…..”

 

“…..”

 

“หา....” 

 

 

เดี๋ยว

 

 

อะไรนะ

 

ไปอยู่อังกฤษหนึ่งปี...?

 

 

นี่

 

 

ไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้เลยนะ!!!!!

 

 

“เดี๋ยวๆๆๆ”

 

“ไรอะ...”

 

“ไปอังกฤษ?”

 

“ถ้าเค้ารับก็ต้องไปเรียนดิ ป๊าฉันอยากไปให้ไปจะตาย”

 

“ได้ไงอะ!!! งี้ไม่ได้เจอกันปีนึงเนี่ยนะ บ้าเหรอ!? ใครจะยอมรับได้อะ!!”

 

“ตะโกนไมเนี่ย เพิ่งมาตกใจอะไรตอนนี้ ไม่เชียร์ก็อยู่เงียบๆไปเลยปะ ชิ”

 

 

ลืมไปซะสนิทเลย

 

 

ลืมจริงๆ สมควรโดนจียงด่ากรอกหูว่าโง่สักพันครั้ง

 

 

จริงด้วย ถ้าที่นู่นเค้าตอบรับขึ้นมาจริงๆ จียงก็ต้องไปอยู่อังกฤษปีนึงนี่นา นี่ลืมคิดไปเลยอะบอกตรงๆ เห็นจียงตั้งใจเรียนภาษา เครียดนู่นเครียดนี่ก็มีแต่อยากให้กำลังใจ เฮ้ย คือไม่ได้คิดเลยนะว่าพอเรียนจบแล้วจะแยกกัน ไม่ได้อยู่ในตารางชีวิตของเขาอะไรทั้งสิ้น ช็อค

 

 

“ฉันขอให้เค้าไม่รับ!!!!!”

 

 

“ปากหมาสมออกมาจากปากของหมาจริงๆ”

 

“ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ยอมอะ บ้าไปแล้วอะ ปีนึงเนี่ยนะ ควอนจียง?”

 

“ก็เออไง! ถึงคิดมากเนี่ย! แต่แกก็ยังบอกว่ายังไงเขาก็รับๆๆ ยังไงก็ได้ไปแน่”

 

“นั่นฉัน...” อยากจะทุบหัวตัวเอง นี่เขาคิดว่าคนอย่างจียงจะสมัครเรียนมหาลัยที่โซลหรือยังไง

 

“มันน่าคิดมั้ยล่ะว่าสงสัยอยากให้ฉันไปอยู่ไกลหูไกลตาแหงๆ”

 

“ไม่จริงอะ!!”

 

“ไม่ทันแล้ว ฉันน้อยใจไปนานละ”

 

“นี่....”

 

“ไอ้บ้าซึงฮยอน ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันก็บอกมาตรงๆ เลย จะไปอยู่เชจูแล้ว”

 

“พูดจางี้อีกแล้วนะ..”

 

ทำไมจียงจะไม่รู้ว่าเขาอยากให้มาอยู่ด้วยแค่ไหน กว่าจะโน้มน้าวสำเร็จ ใครจะปล่อยไปเชจูล่ะ เขาหงุดหงิดตัวเองที่รู้ตัวช้าเรื่องหมอนี่เรียนต่อ พอทำงานแล้วก็มีหลายเรื่องให้คิดนี่นา แต่ถึงตอนนี้แล้วก็คงทำอะไรไม่ได้ จียงยื่นประวัติไปหมดแล้ว

 

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องตาเขากลับ มันตัดพ้อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกังวลใจ 

 

“ก็ไม่ได้อยากไปขนาดนั้นหรอกนะ... ถ้าผ่านก็ไป ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ไป”

 

“ไม่ผ่านหรอก เชื่อดิ”

 

“อย่าแช่งดิ..”

 

“ก็ไม่อยากให้ไปนี่...”

 

“ถ้าฉันเรียนต่อที่นู่นได้ จบกลับมา เสี่ยควอนบอกว่าจะไม่มาก้าวก่ายความรักของเราเลย ไม่ดีเหรอ?”

 

“อย่าบอกนะว่าเรียนต่อเพราะเรื่องนี้?”

 

“....ก็....”

 

“อย่ามาโม้หน่อยเลย ทุกวันนี้ก็ไม่เห็นเสี่ยมายุ่ง”

 

“เค้ายังไม่เอาจริงหรอก!! นี่ลูกคนเล็กนะ ทำไมจะไม่หวง” นั่นสิ เขายังหวงเลย “ใจนึงฉันก็อยากเรียนด้วยแหละ...” 

 

ถ้าจียงอยากทำอะไรแล้วก็ต้อ