[OS] Bear

posted on 20 Jul 2017 00:32 by pphelpz-bbfic in dog, Oneshot directory Fiction

 

Title: Bear
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon] 
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Inspirational quote : เล่นกับหมา หมาเลียปาก...

Author's note : จากในเล่มนะคะ~

 

.

 

.

 

เราเริ่มความสัมพันธ์กันเหมือนวัยรุ่นทั่วไปตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้ 

 

เขาเลิกขอเงินพ่อแม่ มีงานมั่นคงทำตามสายเรียนที่จบมา เราอยู่ด้วยกันจนเป็นมากกว่าครอบครัวถึงจะไม่มีเรื่องแต่งงานหรือทายาทมาเกี่ยวข้อง และเขาชอบที่พักหลังมานี้จียงแสดงออกว่ารักเขาจนหมดหัวใจ เรากอดกันทุกคืน จูบกันทุกเช้า แสดงออกว่าห่วงใยกัน จนเขาไม่อยากร้องขออะไรอีกในชีวิตนี้

 

แต่แล้วอยู่ๆคุณหนูควอน ก็ต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษหนึ่งปี

 

หนึ่งปีที่ไม่มีควอนจียง เขาเหมือนหมีที่จำศีล

 

คนอย่างชเวซึงฮยอนจะไม่มีคนรักให้กอดถึงหนึ่งปี หรือสิบสองเดือน หรือสามร้อยหกสิบห้าวัน

 

คนอย่างชเวซึงฮยอน ที่ตั้งแต่อายุสิบหกเรื่องรักเรื่องใคร่ไม่เคยขาด

 

ยิ่งกับควอนจียงคนนี้ด้วย

 

ความรักแบบผู้ใหญ่ครั้งแรกในชีวิตเขา

 

.

 

.

 

 

แกจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็ได้นะ...อย่าให้ฉันรู้ก็พอ

 

ในคืนสุดท้ายก่อนบิน จียงที่กินเบียร์ไปแล้วสี่กระป๋อง พูดแบบนั้นออกมาตอนเรานั่งอยู่หน้าระเบียง น้ำเสียงไม่ได้ล้อเล่น ตาเริ่มแดง เขาดึงจียงเข้ามากอดซุกไว้ที่อก

 

“อย่าพูดแบบนี้อีกนะ”

 

“….”

 

“ต่อให้นายอนุญาต แต่ฉันไม่อนุญาต...ห้ามให้คนอื่นมาแตะต้องเชียว”

 

.

 

.

 

 

 

เข้าสู่เดือนที่สี่ของการจำศีล

 

ควอนจียงกลับมาเซอร์ไพรส์ถึงคอนโด ถึงจะมีเวลาให้เขาได้แค่สองวัน แถมยังต้องแบ่งไปให้ไอ้พวกเพื่อนๆ พี่ๆ มันอีก แต่เราก็ใช้อีกหนึ่งวันที่เหลืออย่างคุ้มค่า เขาขังมันไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหนอย่างที่ขู่ไว้จริงๆ

 

จียงไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องอย่างที่เขาร้องขอ ไม่มีแม้แต่จูบกับคนแปลกหน้าในสี่เดือนที่ผ่านมา 

 

“ฉันหวงตัวจะตาย ไม่รู้เหรอ?”

 

เป็นค่ำคืนที่ซึงฮยอนไม่อยากให้ผ่านไปเลย 

 

ให้ตายเถอะ 

 

ควอนจียงเป็นของชเวซึงฮยอนคนเดียว 

 

อยากจะให้หมอนี่ไปสักคำนี้ไว้ที่กลางตัวจริงๆ

 

.

 

.

 

 

เข้าสู่เดือนที่หกของการจำศีล

 

เผลอแป๊บเดียวซึงฮยอนก็กลายเป็นพนักงานบริษัทอย่างเต็มตัวไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่อีกต่อไป บางทีเขาก็คิดถึงการไปหาจียงที่อังกฤษบ้างอย่างที่หมอนั่นบอกให้ไป แต่ก็ยังหาจังหวะลาไม่ได้ 

 

หรือถ้าจะให้พูดตรงๆ เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะยอมกลับมาใช้ชีวิตปกติง่ายๆ ถ้าได้เจอจียงอีกสักหน ซึงฮยอนกดด้านไซบีเรียนซึงฮยอนไว้ลึกที่สุดของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาพยายามนึกถึงครอบครัวและอนาคตไว้บ้าง สุขุมใจเย็นกว่าแต่ก่อนเยอะจนเพื่อนๆ ทัก คงจะมีแต่ควอนจียงที่ทำให้เขากลับมาดื้อดึง เอาแต่ใจ และพร้อมบ้าคลั่งได้อีกครั้ง 

 

ซึงฮยอนกล้าพูดและยอมรับว่าถ้าเป็นเรื่องของควอนจียงเขาคงยอมที่จะโดนไล่ออกจากงานแลกกับการได้อยู่ด้วยกัน 

 

เขาเป็นหมาบ้าได้เบอร์นั้นเลยล่ะ

 

.

 

.

 

 

“ไม่มาหาจริงๆเหรอ”

 

“มีประชุมสำคัญทุกอาทิตย์เลย”

 

“สำคัญกว่าวันเกิดฉันอีกเหรอ”

 

“ย่าห์...ควอนจียง”

 

จียงหัวเราะร่าผ่านจอมือถือที่เราสไกป์กันอยู่ มองไม่เห็นหน้าหรอก เห็นแต่เพดานห้องและได้ยินแค่เสียง มือถือคงถูกวางไว้ที่เตียงเหมือนเคย 

 

อาทิตย์หน้าวันเกิดจียงอายุครบยี่สิบสี่ปี และเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

 

“ฉันส่งเสื้อโค้ทไปให้ ถ้าได้รับไม่ต้องตกใจล่ะ”

 

“โห เดี๋ยวนี้เป็นเสื้อโค้ทเลยอ่อ!”

 

แต่ก่อนก็มีแค่ผ้าพันคอ หรูหน่อยก็เครื่องประดับที่เจ้าตัวชอบ 

 

“ไม่มีใครให้เลี้ยงข้าวก็เลยตังเหลืออะ”

 

ซึงฮยอนพูดติดตลกไปงั้น เขาแค่อยากซื้ออะไรที่จียงได้ใช้จริงๆ ที่นู่น

 

ในวันเกิด จียงลงรูปตัวเองกับโค้ทตัวใหม่เอี่ยมลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอย่างที่นานๆ จะทำซักที พร้อมแคปชั่น 

 

‘สวยดี แต่เจ้าของของขวัญไม่ยอมมาให้เองกับมือ’ 

 

ชวนให้พี่ๆของมัน เข้ามา cyber bully เขาอย่างหนักหน่วงข้อหาไม่ยอมไปหามัน เออ ต้องการแบบนี้ใช่มะ

 

เขาเผลอยกมือขึ้นจิ้มไปที่มุมปากของคนในรูปผ่านจอคอมอย่างหมั่นเขี้ยว 

 

.

 

.

 

 

 

เข้าสู่เดือนที่แปดของการจำศีล

 

งานกินเลี้ยงที่บริษัทสนุกสนานเสมอ โดยเฉพาะเวลาพวกเพื่อนๆ ชวนกันไปต่อกับที่ผับ โอกาสทองของสาวๆ มาให้ท่าซึงฮยอนตอนที่ไม่ต้องอยู่ในลุคสาวออฟฟิศเหมือนเคย 

 

หนุ่มรูปงามที่มีข่าวลือว่าเป็นหลานของกรรมการผู้จัดการ จะไม่น่าสนใจได้เหรอ?

 

ซึงฮยอนไม่เคยสนใจ เพราะมีจียงอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา เขาเป็นผู้ชายที่เต็มอิ่มทั้งความรักและเรื่องอย่างว่ามาตลอด จนเข้าเดือนที่แปด เขาเริ่มมึนเมื่อดื่มไปได้หลายแก้ว เพื่อนร่วมโต๊ะเริ่มกระจายตัว รู้ตัวอีกทีก็มีสาวสวยในชุดเดรสสีดำเรียบง่าย หน้าตาท่าทางตรงสเป็คไซบีเรียนซึงฮยอนเข้าอย่างจัง 

 

แอลกอฮอล์ในเลือดเริ่มทำงาน ผู้ชายวัยยังหนุ่มยังแน่นอย่างเขา ปฏิเสธริมฝีปากอวบอิ่มตรงหน้าได้ไม่ลงหรอก

 

เราจูบกันอย่างเร่าร้อนจนอีกร่างเล็กฝ่ายแทบจะจมลงไปที่เบาะ ซึงฮยอนผละจูบออกมา มองเห็นริมฝีปากสวยฉาบด้วยลิปสติกสีแดงสด เขายกนิ้วปาดริมฝีปากตัวเองทำให้คราบลิปสติกติดออกมาด้วย จียงไม่เคยทาลิปสติก และนี่ไม่ใช่สิ่งที่เค้าคุ้นเคยในปีหลังๆ มานี้

 

แกจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็ได้นะ...อย่าให้ฉันรู้ก็พอ

 

อา...หมอนั่นพูดออกมาได้ยังไงนะ บ้าบอชะมัด

 

ร่างสูงโน้มตัวลงไปกอดผู้หญิงในชุดดำคนนั้นไว้บางเบา สายตาเธอสับสนระคนดีใจจนเขาต้องรีบพูดออกไป

 

“ผมขอโทษ”

 

ก่อนจะผละตัวเดินออกมาโบกแท็กซี่กลับห้อง

 

ให้มันได้แบบนี้สิวะ

 

ฉันเป็นสุนัขที่ภักดีแค่ไหน ดูเอาไว้เลยนะควอนจียง 

 

.

 

.

 

 

 

เข้าสู่เดือนที่สิบของการจำศีล

 

“ฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว” 

 

ซึงฮยอนพิมพ์คำนั้นลงในแชท แล้วก็ลบไปก่อนจะกดส่ง

 

เราติดต่อกันน้อยลงอย่างรู้สึกได้ เพราะตัวเขาเอง เขาเหมือนคนกำลังเดินทางในทะเลทราย ที่ดันหยิ่งยโสตัดใจจากโอเอซิสที่เพิ่งเดินผ่านพ้นมา อีกนิดเดียวก็จะถึงเป้าหมาย แต่เฮือกสุดท้ายนี่มันแห้งแล้งจนจะขาดใจตายได้จริงๆ

 

เขายื้อชีวิตไว้ด้วยไวน์โง่ๆ จากซุปเปอร์ ต้องขอบคุณมันที่ทำให้เขามีอะไรทำหลังเลิกงานแถมหลับสบายกว่าเดิมขึ้นมาหน่อย 

 

บางทีจียงก็ส่งเซลฟี่มาให้ดูปราศจากแคปชั่น เขามองตาสีน้ำตาลจียงจากในรูปแล้วคิดถึงกว่าเดิม อยากจับมาจ้องหน้ากันตรงนี้จริงๆ เลย

 

‘อย่าลืมกินข้าวนะ’

 

ประโยคคลาสสิคที่อ่านแล้วห่างเหินชอบกล 

 

‘อีกแป๊บเดียว อดทนหน่อยนะ’

 

จียงตอบกลับมาแบบนั้น

 

ได้แต่กดจูบไปที่จอมือถือตัวเอง แล้วหลับไป 

 

ขอบคุณไวน์สำหรับค่ำคืนนี้

 

.

 

.

 

 

 

เข้าสู่เดือนที่สิบสองของการจำศีล

 

‘เรื่องของเรา มันยังโอเคอยู่มั้ย?’

 

กว่าเขาจะได้อ่านข้อความก็ผ่านมาแล้วหกชั่วโมงเพราะหลับอยู่ เขาส่งตอบกลับไปว่า

 

‘ทำไมถามแบบนี้?’

 

‘เปล่าก็ถามดูเฉยๆ’

 

ซึงฮยอนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพียงเพราะว่าเขาไม่รู้จะพูดว่าอะไรจริงๆ เขาไม่อยากพูดจาเลี่ยนๆ แบบว่า 

 

‘ฉันรอนายคนเดียวมาปีนึงเต็มๆ ยังต้องถามอะไรแบบนี้อีกเหรอ?’

 

.

 

.

 

 

จียงอยู่ในชุดเสื้อสเวตเตอร์สีเข้ม สวมหมวกทับผมที่กัดจนขาวและแว่นกันแดด พาดโค้ทเอาไว้ที่แขนข้างนึง โค้ทตัวที่เขาสั่งซื้อให้เองกับมือ  

 

“หนีเจ้านายมาเหรอไง”

 

เพิ่งเจอกันแท้ๆ ดูมันพูดจา 

 

“ก็ลากิจมาดิ”

 

เขายกมือประคองหน้าเรียว กดจูบแรกของเราในรอบหลายเดือน และอีกคนก็ไม่ได้ปฏิเสธ 

 

 

 

‘เรื่องของเรา มันยังโอเคอยู่มั้ย?’

 

ตอนนั้นเขาก็ตอบไม่ได้จริงๆ จนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

 

มันโอเคสิ 

 

โคตรจะโอเคเลย

 

 

 

END

 

 

Comment

Comment:

Tweet