Girl-Friend

[Ep.1] GF : Is this the end?

posted on 30 Aug 2009 10:32 by pphelpz-bbfic  in Girl-Friend

 

Title: Is this the end?
Status : Short Fiction , AU
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13

 

 

 

.


..

 

...

 


....

 

 

 



"ถ้ารู้แต่แรกว่าคบกันไม่ได้ตลอดไปก็ไม่ต้องมาคบ"


"....."


คนนึงพูด อีกคนยืนนิ่ง


ร่างสูงทิ้งตัวพิงกำแพง แข้งขาอ่อนชอบกล เบนหน้าหนีอย่างจนใจ คำพูดตัดพ้อที่ดังออกมาจากปากจียงเมื่อกี้เหมือนหอกนะว่ามั้ย แม้จะฟังดูนิ่งเฉยตามนิสัย แต่น้ำใสที่คลอประกายบนดวงตาสีสวยนั่นเป็นสิ่งที่แสดงความรู้สึกของคนตรงหน้าได้ดีที่สุด


"......."


เขาเพิ่งบอกเลิกจียงไป


"........."


ก็ไม่ได้อยากจะทำซะหน่อยนี่หว่า


ใครกันที่บอกว่าตาชเวซึงฮยอนดุ บอกกันตรงนี้เลยว่าเขาสู้ของคนรักเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว มือขาวซีดเหมือนเส้นผมสีแพลตตินั่มบลอนที่เจ้าตัวเพิ่งงอแงหนีไปย้อมมา คว้าปกคอเสื้อของเขาแล้วออกแรงเหวี่ยงอย่างแรงจนตัวเขากระแทกกับผนังดังอั้ก หยดน้ำตาใสไหลผ่านแก้มที่เขาเพิ่งชมไปเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าขาว ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นหรือโวยวาย เขารู้ว่าจียงพูดไม่ออก พูดอะไรไม่ออก มันอาจจกะทันหัน


เกินไปสักหน่อย


สงครามประสาทที่ดำเนินการผ่านสายตาใช้เวลาอยู่เกือบสิบนาที


"ขอเหตุผล"


"พ่อสั่ง"


"......."


"......."


"....ฉันตกลง"


จียงหมายถึง ตกลงที่เราจะเลิกกัน


หากแต่ร่างกายกลับทำในทิศตรงกันข้าม ระยะห่างที่ลดลงและร่างโปร่งบางที่เข้ามาใกล้ซึงฮยอนจนแนบชิดแบบนี้ อันที่จริงเขายังไม่อยากจะพูดอะไรออกไปมากเกินไปกว่า 'จียง เราต้องเลิกกัน' ริมฝีปากจียงแตะเบาๆที่อีกคน  จูบลา  เขาจะเรียกมันแบบนั้น คนอย่างควอนจียงไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาพยายามจะผละตัวออกมา แต่ซึงฮยอนก็รั้งเอาไว้ซะก่อน กลีบปากร้อนระอุชนกันอีกครั้ง คราวนี้มันไม่เบาเลยทีเดียว


"......."


ซึงฮยอนปล่อยจียงออกมาแล้ว


อา ลืมตัว


"......ขอเวลาเก็บของหน่อยละกัน โทษทีที่ของเยอะ"


ลืมตัวว่าเลิกกันแล้ว

 

.


..


...

 

ภาพแผ่นหลังบางที่กำลังไล่เก็บของกระจุกกระจิกไปทั่วห้อง ห้อง....คอนโดเขาเอง จียงย้ายมาอยู่ด้วยตอนที่เราคบกัน ซึงฮยอนนั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวีที่ปิดสนิท เขาอยู่ที่นี่ทำไมกันเนี่ย ดูแฟนเก่าเก็บของจากไปรึไง อ่อ ก็งั้นแหละ... จียงอยู่ในห้องนอนและกำลังรื้อตู้เสื้อผ้า เราอยู่กันเงียบๆในห้องมามากกว่าชั่วโมงนึงแล้ว


เป็นการเลิกกันที่แปลกๆชอบกล มีอย่างที่ไหนที่อยู่ๆ คนถูกบอกเลิกจะหันมาถามว่า 'เฮ้ ฉันเอาอันนี้กลับบ้านได้มั้ย' กับคนที่เพิ่งบอกเลิกไปอย่างเขา ยังไงดี เรารักกัน เขายังรักจียงเหมือนเดิม เรายังรักกันดี....ยังรักกันดีจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้คบกัน


......


...เรื่องบ้าอะไรวะ


อยู่เฉยๆแล้วฟุ้งซ่านแฮะ ซึงฮยอนลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอน

 

 


"ไอ้เปี๊ยก"


"อย่ามากอดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยดิ๊! ออกไป!!" จียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของซึงฮยอน เพราะรำคาญที่จู่ๆก็เดินมากอดจากข้างหลัง คนหวงเนื้อหวงตัวแบบเขาก็ต้องตกใจแน่อยู่แล้ว


"ทำไมต้องใส่น้ำหอมกลิ่นนี้อะ ของผู้หญิง....."


"ของพี่สาวฉัน แต่ก่อนขโมยของพี่มาใช้ จนมันติดว่ะ"


"อืม ฉันก็ติด....กลิ่นควอนจียง"


"แหวะ"


สันจมูกไล้จากแผ่นแก้มลงไปที่ผิวคอขาว เสียงหัวเราะเพราะความจั๊กจี้ดังออกมาจากคนในอ้อมกอด ดังประสานกัน ในตอนนั้นซึงฮยอนกำลังคิด...ยิ้มของควอนจียงเป็นอะไรที่เจ๋งที่สุดแล้วแฮะ

 


จะได้เห็นมันอีกรึเปล่าวะเนี่ย


ขายาวสาวเข้าไปซ้อนแผ่นหลังของอีกคน เลื่อนมือขึ้นกอดอีกคนจากขัางหลังอย่างที่ชอบทำ ตัวจียงยังคงผอมแห้งเหมือนเดิม กอดแรงไปก็กลัวจะหักซะก่อน น้ำหอมกลิ่นที่ซึงฮยอนจำชื่อไม่ได้สักทีก็ยังเป็นกลิ่นเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปตอนนี้คงเป็นที่คนที่เขากอดอยู่ไม่โวยวายกลับมามากกว่า อืมม..ทำไมไม่ด่ามานะ


"...ปล่อยเหอะ จะเก็บของ เดี๋ยวเย็นแล้วรถติด"


"ไม่ต้องแล้ว... ไม่ต้องไปไหนแล้ว"


คำพูดของคนรักเก่าทำให้จียงชะงักมือที่กำลังเลือกเสื้อผ้าของตัวเองออกมาจากตู้เสื้อผ้าใหญ่ ริมฝีปากบางที่ดูซีดลงกว่าปกติยกปลายขึ้นแบบไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ "หมายความว่า นายจะขอฉันคบอีกรอบรึไง"


"......" ความเงียบ แปลว่าไม่


"....หรือนายจะให้ฉันอยู่ทั้งที่เราเลิกกัน เหอะ ตลกล่ะ"


"ไม่เห็นเป็นไรเลย..." ไล้ริมฝีปากไปตามแก้มขาว มุมปาก ริมฝีปาก ลงไปถึงต้นคอ ซึงฮยอนคิดอย่างตื้นๆ ว่าตัวเองคงอยู่ไม่ได้แหง ถ้าไม่มีคนๆนี้อยู่ด้วย... ยังไงถึงเราจะเลิกกัน แต่ถ้าได้อยู่ด้วยกันอีกสักหน่อย ให้พอเยียวยาโรคขาดจียงไม่ได้ได้สักระดับนึงคงดี ฟังดูเห็นแก่ตัวนิดๆ แต่เขาก็รู้ว่าจียงก็ต้องการ


"ในฐานะอะไรดีล่ะ เซ็กส์เฟรนด์?"


ลมหายใจซึงฮยอนขาดห้วงไปเสี้ยววินาที


"....ก็ถ้านายจะคิดแบบนั้น ฉันก็ไม่อยากแก้ตัว"


แบบว่า...ซึงฮยอนอาจจะเข้าข่ายก็ได้


เสียงหัวเราะสดใสที่ไม่น่าฟังดังขึ้นภายในห้องพร้อมกับมือเรียวที่ปัดแขนเขาออก จียงหัวเราะเหมือนคำพูดของเขาเมื่อกี้เป็นมุกตลกไปได้ เซ็งชะมัด จียงผลักตัวเขาออกห่าง จนซึงฮยอนต้องถอยมานั่งที่เตียงอย่างหมดอารมณ์ เขาพูดจริงทุกคำนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเลิก หรือเรื่องที่จะให้จียงอยู่ด้วยกัน เรื่องแค่นี้...ทำไมถึงทำไม่ได้นะ


"เสื้อตัวนี้ ของนายหรือของฉันนะ" จียงหมายถึงเสื้อเชิ๊ตดำตัวใหญ่ที่กำลังยกขึ้นสูงเพื่อให้อีกคนเห็น


"ของฉัน แต่นายใส่บ่อยกว่าฉัน ฮ่าฮ่า" เขาจะหัวเราะทำไมวะเนี่ย


"เงียบไปเลยน่า..." ก็เวลาตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้า เจอเสื้อใครวางอยู่ก็หยิบมาใส่ก่อนแหละวะ จียงเคยพูดแบบนั้นใส่เขา ฮ่าฮ่าฮ่า แน่นอนว่าเรามีเซ็กส์กัน แล้วยังไงต่อ... เซ็กซ์ไม่ได้ทำให้พ่ออนุญาติให้เขามีแฟนเป็นผู้ชาย ซวยเป็นบ้า คิดในใจด้วยความฉุนหน่อยๆ อะ ไม่สิ ฉุนมากถึงมากที่สุด ก่อนจะเห็นอีกคนทำท่ายัดเสื้อตัวนั้นเข้าไปแขวนเหมือนเดิมในตู้


"จียงเอาไปเหอะ กลิ่นนายมันติดอยู่ว่ะ ใครจะกล้าใส่ ตัดใจไม่ลงพอดี" ซึงฮยอนทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียงใหญ่ หลับตาลงด้วยอาการปวดจี๊ดๆที่ใจ เวลาที่คิดว่าตื่นมาจะไม่เห็นจียงในเสื้อเชิ๊ตสีดำตัวนี้กำลังปิ้งขนมปังกินอย่างทุกวัน ยังไงดี มันรู้สึก...."แย่....."


"เป็นหมารึไง ทำเป็นจำกลิ่นนู้นกลิ่นนี้ได้"


"ได้เฉพาะกลิ่นนายนั่นแหละ"


"เลิกพูดเหอะ..."


ทำไมชอบลืมว่าเลิกกันแล้วนะ


"อยู่ด้วยกันอีกคืนดิ พรุ่งนี้ค่อยไป"


"......" อือ


"นี่......"


"....."


"ฉันไม่ได้อยากจะเลิก....เข้าใจใช่มั้ย"


เสียงทุ้มต่ำดังก้องในห้องนอนที่อยู่กันแค่สองคน จียงหยุดทำทุกสิ่งอย่างแล้วปิดตาลง ยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเอง ก่อนจะสางผมสีสว่างลงมาปิดใบหน้าขาวในตอนนี้ ปิดบังดวงตาที่พร้อมจะร้อนผ่าวได้ทุกเมื่อถ้าคิดว่าตัวเองอ่อนแอ อ่อนแอที่สุดเหมือนตอนนี้


"...ไม่เข้าใจ"


.


.

 

.

 


วันนี้เลยไม่ได้ไปทำงานทำการเลยทีเดียว ทั้งคู่นั่นแหละ


ก็ไม่ได้ทำอะไรกันหรอก แค่นั่งดูหนังเก่าๆที่ซื้อแผ่นเก็บไว้ นั่งกินมาม่า นอนกลางวัน ฟังเพลงฮิพฮอพหนักๆที่ไม่ค่อยได้ฟังมานาน วาดรูป จัดเสื้อผ้า ออกไปซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อของมาไว้ในห้อง ทำอะไรไปเรื่อยเปื่อยด้วยกัน เป็นฆ่าเวลาที่ไร้สาระชะมัด แต่ก็ดีกว่านั่งเฉยๆ


"จียง"


"อะไรเล่า"


แขนมันจะยาวเกินคนปกติไปแล้ว พาดตัวจียงทีเดียวก็ลากตัวเขาเข้าไปใกล้ได้ง่ายๆ ตอนที่เรากำลังจะนอน ด้วยกัน อาจจะเป็นคืนสุดท้ายก็ได้ จียงนอนหันหลังให้ซึงฮยอนเพราะเลี่ยงที่สบตามาตลอดวัน มันรู้สึกแย่ว่ะ นิดๆล่ะ


"วันนี้"


"เออ ทำไม"


"มาม่าที่นายทำรสชาติไม่ได้เรื่องเลยอะ"


"งั้นทีหลังนายก็ทำเองดิวะ"


"หนังก็น้ำเน่าสิ้นดี"


"แต่ฉันว่ามันก็โอเค"


"เพลงไม่เห็นเพราะ"


"นั่นมันเพลงของนายเองไม่ใช่รึไง" เออะ ดี มันด่าตัวเองก็ได้


"........"


แขนยาวเกินคนทั่วไปออกแรงอีกนิดก็ลากตัวเขาเข้าไปใกล้ได้อีก จนแผ่นหลังของเขาชนกับตัวหมอนั่นพอดี ร้อน...ปล่อยได้ไหม


"ฉันผิดมั้ยวะที่ไม่คิดจะต่อสู้เพื่อความรัก เราอาจจะคบกันต่อไปได้อีก ถ้าฉันทำอะไรบางอย่าง"


"อย่างเช่น?"


"หนีไปด้วยกัน"


"ไร้สาระ"


"และไร้ประโยชน์ เพราะงั้นฉันถึงยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น"


"แบบนี้?"


"อือ"


"........" ก็ทำถูกแล้วนี่

 

"....จะอยู่ยังไงวะเนี่ย"


มีแต่ความเงียบที่เป็นคำตอบคำถามนี้ ฝังหน้าลงในกลุ่มผมสีบลอนด์


จียง ไม่ฉีดน้ำหอม ก็ยังเป็นกลิ่นของจียง

 

ไอร้อนของร่างกายทะลุผ่านเสื้อผ้าออกมาชนกัน ร้อน....แต่อย่าปล่อยเลยนะ


.

 

.


.

 

 

 

 

- - - - - - - - -

 

 

 

 


"เลิกจริงดิ เชี่ย.....กะทันหันมาก กูรับไม่ทันอะ เจอกันคราวที่แล้วมันยังจะปล้ำมึงให้กูดูอยู่เลย!!"


"อือ...."


เหล้า ไม่เห็นอร่อยเลย


รสชาติฝาดปาก เหมือนตอนที่กินครั้งแรกเลยแฮะ


ที่แปลกก็คือวันนี้ไม่เมาแล้ว....อืม คงจะ ไม่เมาง่ายๆอีกต่อไป


จียงฟุบหน้าลงกับโต๊ะบาร์ข้างหน้า ทงยองเบ เพื่อนสนิทของทั้งสองคน มองไอ้หัวหงอกข้างๆอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ควอนจียงกับชเวซึงฮยอนเหรอ คบกันมา...1...2....3... มากกว่านี้ อ่า หลายปีอยู่ แต่มันรู้จักกันมา 8 ปีพอดี ตอนนี้อายุ 25 กันแล้ว จียงเป็นดีไซเนอร์ เป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า ส่วนไอ้เทมป์ทำงานให้พ่อมัน เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน พวกมันเลยเข้ากันได้ดีมากกว่าคู่อื่น แม้จะทะเลาะกันบ่อยจนน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะเลิกเลยนี่หว่า


"เลิกทำไมอะ มันรักมึงชิบหาย...."


"ถามมันดูดิ"


"แล้วมึงก็ยอมเนี่ยนะ"


"......ให้กูทำไงอะ"


"คนอย่างมึงเนี่ยนะ"


"เออ เฮ้อ....รั้งไปก็เท่านั้น เวลามันหมดแล้วว่ะ โตๆกันแล้วมันก็ต้องมีเมียดีๆ มีลูกน่ารักๆ สืบทอดตระกูลมันต่อไป กูเองก็ต้องหาเมีย ก็ดีนะ..."


"มันไม่เกี่ยว...พวกมึงรักกัน"


"มันเกี่ยว เพราะกูเตรียมใจไว้นานแล้ว แต่กะไว้ตอนสักอายุ 30 นะเนี่ย ชิ... เร็วกว่าตั้งห้าปี"


ยองเบใจหายที่เห็นน้ำใสหยดลงมาจากนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนผ่านสันจมูกแปะเข้าที่โต๊ะบาร์ เพื่อนเขาเสียใจว่ะ เสียใจมากด้วย พูดไป ก่อนคบกัน พอทะเลาะกันก็ลากเขามากินเหล้า ตอนคบกันพอทะเลาะกันก็ลากเขามากินเหล้า แล้วนี่ เลิกกัน ก็ยังคงลากเขามากินเหล้าเหมือนเดิม แน่นอนว่าสิ่งที่ยองเบทำทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้คือโทรตามตัวปัญหา เขาถอยห่างออกมานิดนึง อย่างน้อยตอนนี้ไอ้จีคงไม่มีสติพอที่จะรับรู้อะไรได้มากมาย


"เออ...มึงมาเลย.....ที่เดิม......อะไรนะ.....เลิกแล้ว ไม่เอา?......พ่องมึง มาเดี๋ยวนี้ ไอ้จีร้องไห้.....เชี่ยเทมป์ มึงไม่มา กูตัดเพื่อน......เออ มาเลยอย่างด่วน"


พูดมาได้ยังไงว่าไม่อยากเห็นหน้า ไอ้เพื่อนเวรนี่

 

 


"ไอ้ยองเบ กูมีเรื่องจะประกาศให้มึงรับรู้ อะๆๆ ไอ้แดซองกับซึงริด้วย มาๆๆ นั่งฟังกูๆๆ"


ฝ่ามือกระทบกันดังแปะๆ เหมือนจะเรียกผู้ชมมาดูตัวเองให้ได้มากที่สุดยังไงยังงั้น อะ หมอนี่ไม่ต้องทำแบบนี้คนอื่นก็มองมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ยิ่งในผับแบบนี้ คนมองชเวซึงฮยอนประหนึ่งมีลิงมาเปิดการแสดงโชว์ที่เขาใหญ่ ยกเว้นเสียแต่เพื่อนอีกคนในกลุ่ม ควอนจียงเอาผ้าห่มมาจากไหนไม่ทราบ(คาดว่ามันแบกมาด้วย) นอนหลับตาห่มผ้าที่โซฟาแบบที่ไม่มีความรู้สึกอยากจะฟังไอ้บ้านี่พูดเลย แตกต่างจากไอ้รุ่นน้องสองคนอย่างสิ้นเชิงที่รู้สึกว่ามันจะระริกระรี้เพิ่มมากกว่าปกติสักสิบเท่า


"เอาเหอะครับคุณเพื่อน มีไรก็พูด กูไม่อยากเด่นอะ"


"งั้นฟังดีๆนะครับคุณเพื่อน แบบว่า...." เสียงทุ้มต่ำเงียบไป ริมผีปากยกยิ้มอย่างกวนโอ๊ย  "กู-มี-แฟน-แล้ว-เย้!! เอ้า ตบมือๆๆ" เสียงแปะๆดังขึ้นอีกครั้งจากฝ่ามือที่กระทบกัน บางทีทงยองเบก็สับสนว่าเพื่อนเขาอายุกี่ขวบวะ แล้วมันน่าตกใจตรงไหนกับการที่เพื่อนสุดแสนจะเพอร์เฟคของเขาจะมีแฟนอีกสักคนหรือสองคน


"อะเหรอ ดาวไหนอีกอะพี่" เสียงของอีซึงริบ่งบอกว่าผิดหวังมากที่ได้ฟังเรื่องอะไรแบบนี้ ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน


"นั่นดิ เห็นเพิ่งเลิกกับดาวบัญชี" คำพูดของแดซองอา ทำให้ซึงฮยอนแสยะยิ้ม คือเมิงจะแสยะยิ้มทำไมวะเนี่ย


"ดาวแม่"


โอ้ย มุกไม่ฮาพาเครียด ทงยองเบปาดเหงื่อ


"แฟนของฉันก็คือ.....ทาด๊า!!!! ควอน จี ยง!! แต่นแตนแต๊น!!"


"OoO" (หน้าไอ้ซึงริและแดซอง)


"......." ทงยองเบไม่อยากจะมีส่วนร่วมอะไรกับเรื่องพวกนี้เลยไม่ตอบอะไรไป อะ จียงลืมตาขึ้นมา คิ้วเรียวเริ่มขมวด


"........" ซึงฮยอนเงียบไปเลย เงียบเหมือนโดนแม่จับได้ว่าแอบกินหนมในตู้เย็นตอนกลางคืน นั่นเป็นจังหวะที่ริมฝีปากบางจากคนที่นอนอยู่บนโซฟาเปิดอ้าขึ้น


"เมื่อไหร่จะเลิกปัญญาอ่อน"


ยองเบคิดว่าเป็นการแนะนำแฟนที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่เชวซึงฮยอนเคยทำมา อย่างน้อยมันก็กลัวแฟนมันคนนี้มากที่สุด แต่วันนั้นมันแอบมากระซิบกับเขาทีหลังว่าไม่ได้กลัว แต่เกรงใจและขี้เกียจว่าฟังจียงบ่นต่างหาก ....เชื่อก็ควายแล้วเพื่อน....

 

.

 

 

 

"มันอยู่ไหน" ร่างสูงพูดเสียงห้วนพร้อมกับถอดแว่นตาสีชาออก แม้ไฟในผับจะดูสลัวๆ ไม่สว่างเท่าข้างนอกแต่ก็พอจะดูออกว่าเพื่อนของเขาโทรมลงไปเหมือนกันแฮะ


"อยู่นู่นแหละ" ยองเบพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะบาร์ที่มีผู้ชายผมบลอนด์นั่งฟุบหน้าลงไปกับแขนอยู่ไม่ไหวติง "มึงจะเลิกหรือจะทำอะไร ทำไมไม่ปรึกษากูก่อน"


"........"


ซึงฮยอนที่ไม่ตอบคำถามทำให้ยองเบหงุดหงิด เพื่อนเขาสบถหยาบคายออกมาก่อนจะเดินไปหาเพื่อนเขาอีกคน ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักของเขา ใช่ ทั้งคู่ เป็นเพื่อนรักที่รักกันน่ะ มองจากตรงนี้ที่ห่างจากสองคนนั้นมาอยู่หลายโต๊ะ มือใหญ่ดูลังเลที่จะลูบหัวจียง...แต่สุดท้ายก็ทำ

บางทีมีคนเคยบอกว่าพวกเขาทั้งสามคน ซึงฮยอนดูเหมือนมักเน่ของกลุ่มมากที่สุดเพราะมันเอาแต่ใจและคิดน้อยที่สุดตลอดเวลาแม้จะเป็นพี่ใหญ่ แต่ในบางทียองเบเองกลับคิดว่าจียงนั่นแหละที่สมกับคำว่ามักเน่ บางทีมันก็ดูเป็นคนที่ 'ทำอะไรไม่เป็น' เลยสักอย่าง อย่างเช่นการปลอบใจตัวเอง


.


.


.

 

"เลิกลูบหัวน่า เล่นของสูงนะมึง" จียงพูดทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำว่าเจ้าของมือคือใคร


"มึงก็เลิกร้องไห้ก่อนดิ"


สรรพนามเดิมๆ กลับมาพร้อมเสียงทุ้มใหญ่ที่ทำให้จียงสะดุ้งเฮือก ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียง ตกใจที่ซึงฮยอนมานั่งอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ ลูบหัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ มานี่ได้ยังไง ....แล้วทำไมถึงยังทำกับจียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้นะ


.....หรือจะให้ทำเหมือนมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ


แบบนี้ก็ดี


จียงเป็นฝ่ายละสายตาจากคนข้างๆ


"มาได้ไง"


"ไอ้ยองเบดิ โทรมาบอกว่าไอ้จีเพิ่งเลิกกับแฟน นี่กูรีบบึ่งมาเลยนะเนี่ย มาแดกเหล้าเป็นเพื่อนมึงโดยเฉพาะ"


"ฮ่าฮ่าฮ่า"


ขำตรงไหนเนี่ย คงจะเป็นตรงคำว่า 'เพิ่งเลิกกับแฟน' ชิ...เจ้าตัวเองไม่ใช่เหรอที่เพิ่งบอกเลิกเขาน่ะ อ่อ โอเค ตอนนี้ซึงฮยอนกำลังอยู่ในบทบาทเพื่อนสนิทของเขาต่างหาก เพื่อนสนิท ไม่ใช่ แฟนเก่า


"เออ กูถูกบอกเลิกว่ะ"


"จริงดิ ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้าว่ะ กร๊ากกกกก กูว่าแล้วว่าไปไม่รอดร้อก"


"........." จียงไปเงียบไปเลย ซึงฮยอนรู้สึกว่าคำพูดตัวเองผิดนิดๆแฮะ 'ไปไม่รอด' งั้นเหรอ พูดออกไปได้ยังไงล่ะเนี่ย


"เค้าบอกมึงว่าไง"


"ต้องเลิกกัน..."


"........."


"แม่ง ไอ้เทมป์ มึงเชื่อปะ ตอนฟังนี่เจ็บจี๊ดๆ เหมือนชาๆ แต่พอผ่านไปสักพักนึกูถึงเจ็บมาก เชี่ย....โคตรมากอะ ทรมานเหมือนโดนแทงเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"


"แฟนมึง...ไม่อยากให้มึงเจ็บหรอก ใครจะอยากทำให้คนที่รักเจ็บ"


"เหรอวะ....." ถึงประโยคนี้ ทั้งคู่นิ่งเงียบไปอยู่เกือบนาที จียงถึงเป็นฝ่ายพูดก่อนอีกรอบ "แต่กูเจ็บจริงจังนะเว้ย โอ๊ย....แม่ง" ฟุบหน้าลงกับแขนอีกรอบ มือซ้ายที่ว่างเปล่ายกขึ้นมาจับอก จียงรู้สึกเหมือนเป็นโรคหัวใจ เคยมั้ยที่มันเจ็บจี๊ดๆชอบกล


"แฟนมึงเขาฝากกูมาบอกขอโทษมึงอะ ที่ทำมึงเจ็บ เค้าไม่ได้ตั้งใจ"


"ฝากเมื่อไหร่"


"เมื่อกี้"


"ไอ้ตอแหล"


"...ไอ้จี เขารักมึงมากนะเว้ย มากที่สุดในโลก"


"รักแล้วทำไมถึงบอกเลิกกูอะ รักแล้วทำไมทำให้กูเจ็บวะ...." งอแงใหญ่... เมื่อวานยังดูเข้มแข็งดีอยู่เลย ซึงฮยอนจับหัวเล็กโคลงไปมาเบาๆ เขาดูเป็นยังไง เหมือนพวกตบหัวแล้วลูบหลังมั้ย ก็ประมาณนั้นนั่นแหละ มือเล็กค่อยๆปล่อยออกจากแก้วเหล้า กินไปก็ไม่เห็นช่วยอะไร ในเมื่อซึงฮยอนยังนั่งอยู่ตรงนี้


"กูอยากรู้เหตุผลที่มากกว่าคำว่า 'พ่อสั่ง' คนอย่างมันน่ะนะจะทำตามคำสั่งพ่อ....แต่กูไม่กล้าถาม" เขากลัวได้ยินอะไรประมาณ เราไปกันไม่ได้ หรือ ฉันมีคนใหม่ มันฟังดูไร้สมองและน้ำเน่าหน่อยๆ แต่คงเจ็บดีพิลึก


"มันบอกกูว่าไม่มี แต่ถ้าคบกันต่อไปจะยิ่งลำบาก"


หมายถึง ยิ่งผูกพันมากกว่านี้น่ะเหรอ เหอะ พูดเป็นนิยายแจ่มใสไปได้ อย่ามาทำตัวเป็นพระเอก ขอร้องเหอะ


แต่แค่นี้ก็ลำบากแล้ว


"จริงๆ มึงเลิกกับแฟนก็ดี จะได้โสดกันทั้งกลุ่ม ฮ่าฮ่าฮ่า มึงยังมีพวกกูว่ะ ไว้ค่อยไปเหล่สาว หรือจะเหล่หนุ่มอันนี้ตามใจมึง"


"เชี่ย กูจะไม่มีแฟนเป็นผู้ชายอีกตลอดชาติ แค่นี้ก็เข็ดชิบหาย"


บางทีจียงก็อยากรู้ว่าพวกเขามานั่งคุย หัวเราะ ปรับทุกข์ กินเหล้า อย่างปกติแบบนี้ได้ยังไง ....ทนได้ยังไง หัวใจจียงยังไม่มีทีท่าว่าจะหายเจ็บ เลือดยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาเลือกที่จะไม่พูด ตอนนี้สิ่งที่เขาเหนื่อยที่สุดคือการกลั้นน้ำตา


"แฟนมึงไม่ได้มีคนใหม่ มึงอย่าคิดมากนะ"


"ไม่ได้มี หรือยังไม่มี เดี๋ยวแม่งก็มี"


"ฮ่าฮ่าฮ่า กว่าจะมีคงต้องรักษาตัวอีกนานเว้ย งานนี้มันก็ช้ำระบม ไม่ใช่แค่มึงหรอกน่า"


จียงกำลังประสาทเสียตอนหันไปมองเพื่อนข้างๆ


เขาอยากกอดอะ....ไม่เอากอดแบบเพื่อน จะเอากอดแบบอื่น แต่ทำไม่ได้แล้ว ทำไม่ได้อีกแล้ว เรื่องแค่นี้....ทำไมถึงทำไม่ได้นะ

 

"เออ แฟนมึงฝากมาบอกอีกอย่าง"


"....ไม่เลิกนะมึงเนี่ย"


"มันบอกว่ามึงเป็นแฟนที่ดีที่สุดในชีวิตมัน"


"เหรอ....เออ ดีแล้ว"

 

ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ทั้งที่น้ำตาหยดเผาะ

 

 

 

 

 

Fin

 

 

*กราบ 3 ที*

เราอยากแต่งฟิคเรื่องนี้มานานมากแล้วจริงๆ อย่าเขวี้ยงจียงใส่หนูวววว (อีนี่มันเป็นขีปนาวุธรึงาย)
เป็น Song fic น่ะ ดูไม่ออกเลยล่ะสิ =__= เอาพลอตมาจาก Litlest thing ของลิลี่แหละ เจ๋งดี

ไม่ได้ตั้งใจจะให้ต่อจาก Girl Friend (เหรอ แต่กูอ่านแล้วใช่เลยนะก๊าก) แต่ถ้าใครคิดว่ามันต่อกันเราก็ไม่ว่าอะไร มันเป็นอะไรบางอย่างที่เราอยากจะ 'ละ' เอาไว้ให้คนอ่านตัดสินใจเอง ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้อ้า กากก


ปล.ไม่ได้หวังอะไรกับเรื่องนี้จริงๆ แค่อยากแต่งเฉยๆ 555555555+ *ร้องไห้*
ปลล.เอนทรี่หน้าคอมเม้นฟิคน้า วันนี้ไปส่งล็อตสุดท้าย ด๊วบๆๆๆ